สิ่งน่ากลัวอันยิ่งใหญ่ถาโถมเข้าใส่ เจียงเพ่ยถึงกับถอยหลัง
นางไม่รู้ว่าตัวเองกระวนกระวายสิ่งใดอยู่ แต่เจียงเชี่ยนที่อยู่ตรงหน้าทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปถึงก้นลึกของหัวใจ
“ที่จวนวุ่นวายถึงเพียงนี้ ข้าไม่รบกวนพี่รองจัดการความเรียบร้อยแล้วก็แล้วกัน ข้าขอพาน้องๆ กลับจวนก่อนนะเจ้าคะ” เจียงเชี่ยวเอ่ยออกไปในเวลาที่เหมาะสม
จากนี้ไปจะทำอย่างไรต่อ นางยังต้องปรึกษาหารือกับบิดามารดาก่อน เวลานี้จะทำสิ่งใดโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อนคงไม่ได้
“เรื่องวันนี้คงทำให้น้องๆ หวาดกลัวเป็นอย่างมาก” เจียงเชี่ยนเอ่ยด้วยแววตาแดงก่ำ ท่าทางนั้นฝืนทนจากการถูกโจมตีอย่างเต็มที แทบไม่มีความเยือกเย็นอย่างเมื่อครู่เหลืออยู่เลย
เมื่อเห็นเจียงเชี่ยนมิได้หักห้ามใดๆ เจียงเชี่ยวพลางรู้สึกโล่งอกไปที มือหนึ่งจับเจียงซื่อไม่ปล่อย“พี่รองเองก็ดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะ ไม่ต้องไปส่งพวกเราแล้วเจ้าค่ะ”
นางกลัวเจียงเชี่ยนกลายเป็นสุนัขจนตรอก จนมาลงอารมณ์ที่น้องสี่เสียจริง
“น้องๆ กลับกันดีๆ ล่ะ ไว้ข้าจะไปปลอบขวัญน้องๆ ในภายหลัง”
เจียงเพ่ยถึงกับตัวสั่นระริก
นางไม่ต้องการการปลอบขวัญ จวนโหวน่ากลัวมากเกินไปแล้ว และนางก็ไม่อยากมาที่นี่อีก!
ระหว่างทางกลับจวน บรรยากาศภายในรถม้าเงียบสงัด ไม่มีใครยอมเอ่ยปากพูดแม้เพียงคำเดียว บรรยากาศตึงเครียดนี้ยืดยาวจนกลับถึงจวน
“พี่สาม พวกเราควรไปรายงานเรื่องนี้กับท่านย่าหรือไม่” เจียงลี่ผู้ไม่ชอบเป็นที่สนใจได้ทำลายบ