ฉังซิงโหวรู้สึกเหมือนถูกฟั้าผ่า กว่าจะได้สติกลับคืนมาก็ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก้าวเท้ากว้างไปข้างหน้า “ใต้เท้าเจิน นี่ นี่มันอะไรกัน”
เจินซื่อเฉิงใช้ผ้าเช็ดหน้าทำความสะอาดมือพลางเอ่ยด้วยหน้าเข้ม “ท่านโหวรอพวกข้าจัดการเสร็จแล้วค่อยคุยกันอีกทีเถิด”
“เอ่อ คือว่า…” ฉังซิงโหวเหงื่อไหลพรากราวกับฝนตก ภายในใจมีความคิดเกิดขึ้นมากมาย
เขาไม่ใช่คนโง่ เพราะท่าทีของบุตรชายที่แสดงออกมาเมื่อครู่ก็ดูเหมือนจะแสดงออกมากเกินไปคล้ายว่ารู้อยู่แล้วว่าจะขุดเจอศพ…
ลูกชายของเขาเป็นฆาตกรงั้นหรือ
ฉังซิงโหวฮูหยินเดินมาตามเสียง พอเห็นศพคนตายพลันหมดสติทันที
สาวรับใช้ที่ตามมาด้วยตกใจมาก สวนดอกไม้ในเวลานี้วุ่นวายไปหมด
เจียงเชี่ยนหลบอยู่ท่ามกลางตรงนั้นด้วยสีหน้าซีดเผือดเหมือนผีนางรู้แต่แรกแล้วว่าคนวิปริตนั่นฆ่าคนมาแล้วมากมาย อย่างไรเสียก็ต้องถูกเปิดเผยในสักวัน!
นางเหลือบมองฉังซิงโหวซื่อจื่อ แต่สิ่งที่เห็นคือสีหน้านิ่งเรียบกำลังมองมาที่นาง พร้อมกับแววตาอันเยือกเย็นที่แฝงไว้ด้วยสัญญาณเตือน
เจียงเชี่ยนหลบสายตาอย่างรวดเร็ว
ฉังซิงโหวซื่อจื่อขยับมุมปาก
หญิงโง่คนนี้ช่วยเหลือเขาปกปิดไม่น้อย หากเกิดอะไรขึ้นกับตนคิดหรือว่าจะหนีพ้นข้างๆ พุ่มดอกไม้ เจียงเชี่ยวแตะเจียงซื่อเบาๆ“น้องสี่…”
“ว่าอย่างไร” เจียงซื่อมองเจียงเชี่ยว
เจียงเชี่ยวริมฝีปากซีดขาว “ศพนั่น…”
นางรู้สึกไม่ควรถาม จึงส่ายหัว “ช่างเถิด ไว้ออกจากตรงนี้แล้วค่อยคุยกัน