ฉังซิงโหวอกสั่นขวัญหายกับการกระทำของเอ้อร์หนิวพร้อมกับตะโกนเสียงเข้ม “ยืนทำบ้าอะไรกัน รีบไปจัดการเจ้าสัตว์เดรัจฉานนั่นให้ตายเสียสิ!”
ปลายคิ้วเจินซื่อเฉิงกระตุกเล็กน้อย
หากเพียงเพราะกลัวจะทำให้เหล่าหญิงสาวตกใจกลัว ฉังซิงโหวซื่อจื่อไม่จำเป็นต้องยั้งสติไม่ได้ถึงเพียงนี้
เช่นนั้นแล้ว ก็หมายความว่ามีสิ่งของอยู่ด้านใต้แปลงดอกไม้นั่นจริง แล้วเจ้าสุนัขตัวใหญ่ที่มาจากไหนไม่รู้ก็คงได้กลิ่น
แต่แปลงดอกไม้ที่เจ้าหมาตัวนี้กำลังขุดขุ้ยไม่ใช่แปลงดอกโบตั๋นเสียหน่อย…
เจินซื่อเฉิงมองดูรอบๆ พร้อมสังเกตพุ่มดอกโบตั๋นแปลงนั่นอย่างละเอียด
ดอกโบตั๋นทั้งแปลงออกดอกบานสะพรั่ง เหลืองอ่อน แดงจาง เด่นแดงจรัสสี
เดี๋ยวนะ…สายตาของเจินซื่อเฉิงตกอยู่ตรงใต้ตำแพงที่ไม่น่าสนใจที่สุด พุ่มดอกโบตั๋นตรงนั้น เมื่อเทียบกับบริเวณอื่นมันแทบไม่มีชีวิตชีวา คล้ายว่าใกล้จะร่วงโรยแล้วเสียด้วยซ้ำ
ดอกโบตั๋นร่วงโรยในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก แต่พอนึกถึงซิ่วเหนียงจื่อกับนายท่านโหวที่เคยกล่าวไว้ว่าศพของบุตรสาวได้ฝังอยู่ใต้แปลงพุ่มดอกโบตั๋นแล้วนั้น โดยสัญชาตญาณที่สั่งสมจากประสบการณ์การรับมือกับคดีต่างๆ มาหลายปี ทำให้เขานึกประเด็นสำคัญออกในทันที
นี่ฉังซิงโหวซื่อจื่อทำตัวเป็นวัวสันหลังขาดใช่หรือไม่
เหอะๆ เขาเจอมาเยอะแล้ว พวกฆาตกรที่ฉลาดเกินไปจึงเสียรู้
บ่าวรับใช้ที่ถือไม้กระบองพยายามล้อมเอ้อร์หนิวที่กำลังตะกุยดิน
เอ้อร์หนิวสัมผัสได้ถึง