ฉังซิงโหวสับสนเป็นถึงผู้ตรวจการศาลาว่าการพระนครผู้ทรงเกียรติ แต่กลับมาชมดอกไม้ที่จวนของเขาหรือ
เห็นฉังซิงโหวไม่พูดไม่จา เจินซื่อเฉิงก็พูดเสียงเบา“ท่านโหวเองก็รู้ว่าหลายวันมานี้คดีการตายของพี่ชายหยางเฟยสร้างความโกลาหลในเมืองหลวงสำนักกฎหมายสามกรมกับขุนนางจวนซุ่นเทียนไม่เคยได้นอนหลับสนิท เหตุผลที่ข้ามาถึงบ้านของข้าเป็นเพราะได้ทราบข้อมูลบางอย่างมา”
“ข้อมูลอะไรหรือ” ฉังซิงโหวคิดตามความคิดของเจินซื่อเฉิงโดยไม่รู้ตัว
เจินซื่อเฉิงกระซิบเสียงเบาลงอีก “มีคนบอกว่าวันก่อนที่พี่ชายหยางเฟยสิ้นใจ ได้ติดต่อกับซื่อจื่อฉังซิงโหว”
“อะไรนะ!” สีหน้าของฉังซิงโหวเปลี่ยนไปอย่างมาก
เจินซื่อเฉิงไม่พูดอะไรอีก แสร้งทำเป็นลูบเคราอย่างลึกล้ำ
สองคดีนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นอย่างที่เขาพูดว่านอนไม่สนิท แม้แต่กินข้าวยังต้องรีบเร่ง เขาลูบๆคลำๆ ก็คลำเจอเม็ดข้าวที่ติดตรงหนวด
เจินซื่อเฉิงดีดเมล็ดข้าวออกด้วยสีหน้าปกติ ยังคงเป็นสีหน้าลึกลับและคาดเดาไม่ได้
“ใต้เท้าเจิน ตัวข้ามีนิสัยอ่อนโยน ไม่เกี่ยวพันกับคดีของพี่ชายหยางเฟย!”
เจินซื่อเฉิงยิ้ม “ท่านโหวอย่าเพิ่งตกใจ ข้าเพียงได้ยินมา ขอเพียงคุณชายแสดงความบริสุทธิ์ใจออกมา เขาจะต้องไม่ใช่คนชั่วร้ายคนนั้นอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อมีเงื่อนงำเช่นนี้ ข้าจึงไม่อยากส่งคุณชายไปสอบถามที่ว่าการ ดังนั้นจึงมาจวนของท่านเพื่อปรึกษาท่านโหวกับซื่อจื่อของท่านเพื่อสอบถามสถานการณ์”
“ขอรับ ขอรับ ขอบ