ิวก็ต้องเชื่อตามนั้น
หญิงผู้นั้นเอนกายพิงหินก้อนใหญ่ที่ร้อนระอุจากนั้นหยาดน้ำตาไหลเอ่อออกมา
อาเฟยรู้สึกว่าไม่เหมาะนักที่จะเข้าไปใกล้เกินไปจึงเลือกนั่งพักผ่อนที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
ยังดีที่มีผู้คนเดินสัญจรไปมา มีทั้งผู้ที่หยุดพักดังนั้นเขาจึงไม่เป็นที่สะดุดตา
ดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านท้องฟั้าและค่อยๆเคลื่อนไปทางทิศตะวันตก
หญิงนางนั้นเงยหน้ามองไปข้างหน้า สีหน้าวิตกกังวล
ใต้เท้าชิงเทียนคนนั้นเหตุใดยังไม่มาอีกเล่า
ในที่สุดคนกลุ่มหนึ่งก็มาถึง ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้ากำลังขี่ลาตัวหนึ่ง ใบหน้าของเขามีสีเหลืองเล็กน้อย มีเครายาว ด้านหลังมีบ่าวรับใช้ติดตามอยู่สองสามคน
เดิมทีอาเฟยไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นเหล่าฉินที่เดินตามหลังมา
เหล่าฉินสวมหมวกไม้ไผ่สาน ทำให้คนอื่นมองเห็นรูปร่างหน้าตาไม่ชัด แต่อาเฟยรู้อยู่แล้วว่าเหล่าฉินแต่งตัวอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเหล่าฉินเห็นอาเฟยอาแล้ว ยังยกหมวกไม้ไผ่ขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความแร้นแค้นในชีวิต
อาเฟยรีบหันไปมองชายวัยกลางคนที่ขี่ลานี่คือคนที่ซิ่วเหนียงจื่อต้องการพบหรือ
ซิ่วเหนียงจื่อไม่รู้จักใต้เท้าชิงเทียนอะไรนั่นเลยแต่กลับจดจำคำกำชับของบุตรสาวไว้ได้ ใต้เท้าผู้นั้นจะขี่ลาเข้าเมืองหลวง
เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้ สายตาของซิ่วเหนียงจื่อก็จ้องเขม็งไปที่คนบนลา
ในตอนนั้นเอง คนที่เดินอยู่ข้างๆ ลาก็ถามขึ้นว่า“ใต้เท้า ท่าน