หญิงสาวที่อยู่นอกประตูแสดงสีหน้าอ่อนโยน ยิ้มออกมาเล็กน้อย
แม่นางหลี่จับประตูไว้แน่น สีหน้าระแวดระวัง“มีเรื่องอะไร”
เจียงซื่อพยายามทำให้ตัวเองดูอ่อนโยนและไม่มีพิษมีภัยมากที่สุด “พี่ชายข้ากับสหายไปดื่มน้ำชาพอคิดว่าในวัดมีเพียงแค่พวกเราสตรีสองนาง จึงมาหาแม่นางหลี่เพื่อคุยด้วย”
“ขออภัย ข้าไม่ค่อยสบาย” ใบหน้าของแม่นางหลี่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม จ้องแต่จะปิดประตูหญิงสาวยื่นมือออกไปยันประตูไว้ แล้วเดินนวยนาดเข้าไป ปล่อยให้แม่นางหลี่ยืนอึ้งอยู่ที่เดิม พอรู้สึกตัวแล้วถึงได้รีบปิดประตู
“เจ้าจะทำอะไร”
เจียงซื่อนั่งลงข้างโต๊ะ แล้วยื่นมือออกไปหยิบกาน้ำชามารินชาให้กับตัวเอง
ถ้วยชาลายครามสีขาวอยู่ในมือของนาง มือที่ขาวดั่งหยกเนียนละเอียดยิ่งกว่าถ้วยลายครามสีขาวนั่นอีก
“ถ้าเจ้ายังไม่ออกไป ข้าจะตะโกนเรียกคนมา!”ด้วยอายุของเจียงซื่อทำให้แม่นางหลี่หวาดกลัวอยู่ประมาณหนึ่ง แถมยังดูหัวเสียเล็กน้อย
“แม่นางหลี่จำเป็นต้องโมโหขนาดนี้เชียวหรือ ข้าก็แค่อยากมาคุยกับเจ้าก็เท่านั้นเอง”
“ข้าไม่รู้จักเจ้า!”
เจียงซื่อทำหน้าเรียบเฉย พลางเงยหน้าชำเลืองมองแม่นางหลี่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถามออกไป “ถ้างั้นเจ้ารู้จักแม่นางฉือหรือไม่”
รูม่านตาของแม่นางหลี่หดตัวลง พลางเอ่ยปฏิเสธขึ้นทันควัน “ไม่รู้จัก เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้!”
เจียงซื่อหัวเราะออกมาเบาๆ ส่ายถ้วยน้ำชาในมือไปมา “แม่นางหลี่ก็ถือว่าเกิดในตระกูลบัณฑิต มีแขกมาหาถึงที่ทว่ากลับทำท่าทางแ