บบนี้ มันเพียงแต่ทำให้ข้ารู้สึกว่าต้องไปทำอะไรไม่ดีมา…”
แม่นางหลี่หน้าซีดเผือด โกรธจนตัวสั่น “เจ้าอย่ามาพูดซี้ซั้ว! ข้ากับเจ้าไม่รู้จักกันมาก่อน และไม่ได้สนิทสนมกัน เจ้าบุกรุกเข้ามาแล้วจะไม่ให้ข้าโมโหได้อย่างไร”
“มันก็น่าโมโหอยู่หรอก ทว่าหากแม่นางหลี่ไม่อยากคุยเรื่องแม่นางฉือ บางทีพวกเราอาจจะคุยกันเรื่องหลิวเซิ่ง”
ใบหน้าของแม่นางหลี่ซีดไม่มีเลือดฝาด นางถอยหลังไปหลายก้าว อารมณ์ผ่อนลง “เจ้าออกไป!”
เจียงซื่อทำท่าครุ่นคิด ท่าทางนิ่งสงบ “แม่นางหลี่คงไม่คิดว่ามีเพียงแค่ท่านผู้บัญชาการที่เดาเรื่องความสัมพันธ์ของเจ้ากับหลิวเซิ่งออกหรอกใช่หรือไม่”
“เจ้า เจ้ามัวแต่พูดความยาวสาวความยืดเช่นนี้ต้องการอะไรกันแน่” แม่นางหลี่ตัวสั่นเทิ้มไม่หยุดราวกับดอกไม้ที่ส่ายไปมาตามสายลมเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ นางรูดกำไลทองคำลงมาอย่างแรง “เจ้าต้องการผลประโยชน์ใช่หรือไม่เจ้าว่ามาสิ ต้องการเท่าไหร่!”
เจียงซื่อยิ้ม “แม่นางหลี่ เจ้ากังวลมากเกินไปแล้วข้าไม่ใช่คนในพื้นที่ เดี๋ยวฝนหยุดข้าก็ไป ข้าไม่สนใจจะมาพูดความยาวสาวความยืดเลยแม้แต่นิดเดียว ข้าก็แค่รู้เรื่องบางอย่างที่น่าสนใจของเจ้า หลังจากข้าเข้าใจแล้วก็จะไม่มารบกวนเจ้าอีก”
เจียงซื่อรู้ว่าวิธีนี้มันน่ารำคาญ ทว่าถ้าหากในสถานการณ์แบบนี้แม่นางหลี่ยังคงแสดงท่าทีอ่อนโยนและสง่างามจากตระกูลผู้รากมากดีอยู่ล่ะก็ อย่าหวังว่าจะได้รู้เรื่องแม่นางฉือจากปากของนาง
เมื่อเทียบกับก