ารได้จับตัวคนชั่วฉังซิงโหวซื่อจื่อออกมา วุ่นวายหน่อยจะเป็นอะไร
แม่นางหลี่จ้องเจียงซื่อไม่ละสายตา สีหน้าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด หลังจากนั้นไม่นานก็กัดฟันถามออกมา “จริงหรือที่จะไม่รบกวนข้าอีก”
เจียงซื่อโล่งอกเล็กน้อย พลางเผยรอยยิ้มที่จริงใจออกมา “ข้าจะปิดปากเงียบเรื่องของแม่นางหลี่”
“ได้ ถามมาสิ” แม่นางหลี่นั่งไกลจากเจียงซื่อไปเล็กน้อย แล้วรินน้ำชาให้ตัวเอง มือยังคงสั่นระริกอยู่
“ข้าอยากรู้ว่าครั้งก่อนที่เจ้ามาวัดหลิงอู้ ได้พบเจอกับสตรีแซ่ฉือนางหนึ่งหรือไม่”
“อืม” แม่นางหลี่ถือถ้วยชาแน่น
“แม่นางหลี่พยายามเล่าเรื่องของแม่นางฉือออกมาให้ละเอียดมากที่สุดเถอะ เอาทุกอย่างที่เจ้ารู้”
แม่นางหลี่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยปากขึ้น “ตอนที่แม่นางฉือมาวัดหลิงอู้นางแต่งตัวเป็นชาย ข้าเห็นแค่เพียงครู่เดียวก็ดูออกแล้วพระที่ดูแลจัดการเรื่องที่พักก็ดูออกเช่นกัน ดังนั้นจึงจัดการให้นางพักที่เรือนข้างๆ ข้า แม่นางฉือชอบพูดเรื่องขำขัน อายุก็ยังน้อย ข้าชอบนางมากไม่นานพวกเราก็สนิทกัน นางบอกกับข้าว่าพ่อของนางเป็นพ่อค้า มักจะออกไปไปทำงานนอกเมืองบ่อยๆ นางก็เลยแอบออกมาเที่ยวเล่น….”
“สตรีอายุยังน้อยออกมาเที่ยวเล่น ไม่มีคนรับใช้มาด้วยหรือ แล้วที่บ้านก็ไม่มีใครออกตามหาเลย?”
“ตอนนั้นข้าก็ถามเรื่องพวกนี้กับนาง แม่นางฉือบอกว่านางมีวิชากังฟู รอคนพวกนั้นมันไม่ทันการหรอก พ่อของนางไม่อยู่บ้าน แม่ก็จากไปตั้งนานแล้ว น