างออกมาเที่ยวเล่นจนชิน เที่ยวซักสองสามวันก็กลับ ซึ่งทุกครั้งบ่าวรับใช้ที่บ้านต่างก็หาตัวนางไม่เจอ พวกเขาจึงชินแล้ว”
“แม่นางฉือบอกเจ้าหรือไม่ว่าบ้านนางอยู่ที่ใด”พอเอ่ยคำถามนี้ออกไป เจียงซื่อก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่รู้ตัว
ครั้งนี้จะหากุญแจสำคัญของคนในครอบครัวแม่นางฉือเจอหรือไม่
ไม่นานแม่นางหลี่ก็ทำให้นางแปลกใจและดีใจไปพร้อมๆ กัน “บอก ตอนนั้นพวกข้าคุยถูกคอกันจึงนัดกันว่าถ้ามีโอกาสจะมาเจอกันอีก นางเลยบอกที่อยู่กับข้าไว้ แม่นางฉือเป็นคนอำเภอเปั่าเฉวียน เมืองเปั่ยเหอ บ้านอยู่ที่เมืองเยี่ยนจื่อตอนล่างของอำเภอเปั่าเฉวียน ช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิของทุกปีพ่อของนางจะออกไปขายของต่างถิ่น จนกระทั่งถึงฤดูหนาวจะกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้าน ข้าจำได้อย่างชัดเจน นางบอกว่าช่วงฤดูหนาวนางจะทำตัวดีอยู่ที่บ้านตลอด ถ้าข้าจะไปเที่ยวหานาง ก็ให้ไปช่วงฤดูนี้”
“อำเภอเปั่าเฉวียนเมืองเปั่ยเหอ…” เจียงซื่อพึมพำออกมา คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
ชาติที่แล้วนางต้องเร่ร่อนมาจนถึงทางทิศใต้ถึงจะนับว่าออกมาจากเมืองหลวงได้ ต่อมากลับไปเมืองหลวงใหม่อีกครั้งตัวตนไม่เหมือนเดิมแล้วจึงไม่สามารถวิ่งเพ่นพ่านไปทุกที่ทว่าถามข้อมูลได้เยอะขนาดนี้มันก็เกินพอแล้วเจียงซื่อไม่อยากบีบบังคับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านางค่อยๆ ฉีกยิ้มแล้วลุกขึ้น “ขอบใจแม่นางหลี่มาก”
“ไม่จำเป็น” แม่นางหลี่มองเจียงซื่อเหมือนกับมีอะไรจะพูดแต่ก็ยากจะพูดออกมา
ความห