มายมันชัดเจนมาก อะไรที่ควรพูดล้วนพูดออกไปหมดแล้ว เจ้ารีบออกไปสักที
เจียงซื่อเดินไปถึงหน้าประตูแล้วจู่ๆ ก็หันหลังกลับมา ทำเอาแม่นางหลี่ตกใจจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว พลางเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ “มีเรื่องอะไรอีกหรือ”เจียงซื่อตั้งใจคารวะแม่นางหลี่ “เมื่อครู่คงทำให้โมโหมาก ข้าขอโทษแม่นางหลีด้วย หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา ส่วนเรื่องวัดหลิงอู้…”
นางมองไปที่ใบหน้าอันไร้ซึ่งเลือดฝาดของหญิงสาวแล้วเอ่ยขึ้นจากใจจริง “ลืมมันไปเสียเถอะ”
แม่นางหลี่ทำหน้าตะลึง หางตาเปียกชื้นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
นางเช็ดที่ตาด้วยความรีบร้อน ไม่รู้จะพูดอะไรกับเจียงซื่อ
เจียงซื่อลุกขึ้นแล้วคำนับอีกที จากนั้นก็ผลักประตูเดินออกไป
“น้อง…”
เสียงจากภายนอกหยุดชะงักลงทันที เจียงซื่อสบตาเข้ากับคุณชายหลี่ที่ทำหน้าตกตะลึง แล้วพยักหน้าลงหลีกทางให้เดินผ่านไป
คุณชายหลี่หันกลับไปมองอย่างอดไม่ได้จนกระทั่งเจียงซื่อเดินเข้าไปในห้องตัวเองถึงได้ผลักประตูเข้าไป น้ำเสียงพูดแฝงไปด้วยความตื่นเต้น “น้องข้า เจ้ากับหญิงสาวท่านนั้นรู้จักกันได้อย่างไร”แม่นางหลี่ขมวดคิ้วขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่รู้จัก”
ท่าทีของเจียงซื่อที่บีบบังคับนางเมื่อครู่ แน่นอนว่าในใจนางยังคงไม่พอใจ
ในใจของคุณชายหลี่คล้ายกับมีแมวมาสะกิด“ฝนตกหนักขนาดนี้ยังไงก็คงเดินทางไม่ได้ เจ้าไปมาหาสู่สร้างมิตรภาพกับนางไว้เยอะๆ สิ”
“โฉมหน้าของสตรีท่านนั้นโดดเด่น ท่าทีก็ไม่ธรรมดา ฟังจากสำเนียงคงเป็น