เจียงซื่อหันมาเล็กน้อยเป็นมารยาท “ด้วยความยินดีเจ้าค่ะ ข้าน้อยบังเอิญตามคดีฆาตกรรมนี้อยู่พอดี การพยายามช่วยอย่างเต็มที่เพื่อให้ความจริงปรากฏออกมานั้นถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว”
“ถึงกระนั้นก็เถอะ โชคดีที่ได้แม่นางช่วยไว้ถึงได้หาหลักฐานสำคัญมาชี้ตัวเสวียนฉือได้” ผู้บัญชาการยิ้มขึ้น “ตอนนี้ดึกมาแล้ว ท่านทั้งสามรีบไปพักผ่อนเถิด รอข้าพาตัวฆาตกรกลับไปที่ศาลในวันพรุ่งนี้ ข้าอยากจะเลี้ยงข้าวท่านทั้งสามในภัตตาคารที่อำเภอฟูั่ซิ่ง ไม่ทราบว่าท่านทั้งสามพอจะมีเวลาหรือไม่”
อวี้จิ่นมองไปที่เจียงซื่อเจียงซื่อส่ายหน้าเล็กน้อย
“ไม่จำเป็นต้องทำให้มันยุ่งยากหรอกเจ้าค่ะ พวกเรายังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการอีก พรุ่งต้องออกไปจากที่นี่แล้ว”
“เช่นนั้น ข้าก็ขออวยพรให้ท่านทั้งสามเดินทางปลอดภัย” ผู้บัญชาการเหมือนมีอะไรจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่พูดออกมา
เมื่อผู้บัญชาการเดินจากไป เจียงจั้นก็เอ่ยถามขึ้นอย่างร้อนใจ “น้องสี่ เจ้าช่วยอะไรผู้บัญชาการกันแน่”
“ลูกประคำ” เจียงซื่อพูดออกมา ทว่ายังเห็นเจียงจั้นไม่เข้าใจจึงอธิบายขึ้น “ลูกประคำของเสวียนฉือมีกลิ่นคาวเลือด”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” เจียงจั้นนึกขึ้นได้ เขาหรี่ตาคู่สวยลง “น้องสี่ จมูกเจ้านี่มันอะไรกัน ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ามันไวกว่าเอ้อร์หนิว…”
อวี้จิ่นวางมือลงที่บ่าของเจียงจั้นแล้วส่งยิ้มบางๆให้เจียงซื่อ “ดึกแล้ว พี่รีบไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ พวกข้าจะ