สีหน้าเรียบเฉยดูเหม่อลอย “กระนั้นข้าก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรไปรบกวนอีก ข้ารู้สึกมาโดยตลอดว่าการที่ไม่คำนึงถึงความคิดภายในใจของสตรีการตกลงเรื่องแต่งงานหลังจากที่มีการเจรจาระหว่างพ่อกับแม่ของทั้งสองฝั่ายนั้นมันไม่ยุติธรรมกับฝั่ายหญิง ยังไงถ้าฝั่ายชายไม่ได้แต่งงานกับหญิงที่ถูกใจก็สามารถมีภรรยาเพิ่มได้จนถึงขั้นไปเสพสุขที่ซ่องนางโลม ทว่าหากฝั่ายหญิงได้สามีที่ไม่ตรงใจ ชีวิตของนางก็จะพังทลายไปชั่วชีวิต”
เจียงจั้นลูบคางไปมา
ที่พูดมาก็มีเหตุผล
“อีกอย่าง น้องเจียงเอ้อร์กับข้าก็รู้จักกันดี หากข้าไม่ดีตรงไหน เจ้าก็ดูออกอยู่แล้ว มีเจ้าอยู่ทั้งคนน้องสาวเจ้าไม่มีทางเสียเปรียบหรอก”
“ก็จริง” พอได้ยินอวี้จิ่นพูดแบบนี้ จู่ๆ เจียงจั้นก็รู้สึกว่าที่จริงคนที่อยู่ตรงหน้าก็เหมาะจะเป็นตัวเลือกที่ดี
ความคิดในหัวแล่นขึ้นภายในชั่วพริบตา เขาเริ่มคิดถึงเรื่องข้อดีข้อเสียของอวี้จิ่นในการเป็นสามีของน้องสาวตัวเอง
ว่ากันด้วยเรื่องวิทยายุทธ พี่อวี๋ชีก็ไม่เป็นรองผู้ใดปกปั้องน้องน้องสี่ได้อย่างแน่นอน ทว่าข้อเสียคือเขามีวิทยายุทธแกร่งกล้าเกินไป เขาสู้ไม่ไหว ถ้าหากในอนาคตน้องสี่โดนรังแกก็ต้องไปขอคนอื่นมาช่วย
ว่ากันด้วยเรื่องรูปร่างหน้าตา พี่อวี๋ชีกับน้องสี่ก็พอๆ กัน ในอนาคตถ้าเกิดว่ามีลูกจะต้องเยี่ยมมากแน่นอน…ถุย นี่เขาคิดไปถึงไหนแล้ว!
อืม ข้อเสียชัดเจนมาก พี่อวี๋ชีหน้าตาดีขนาดนี้จึงดึงดูดคนได้ง่าย
ส่วนเรื่องนิสัย พี่อวี๋ชี