งสองคนสำคัญมากข้าจึงต้องถามเรื่องบางอย่างกับชาวบ้านทั้งหลายอีกสักหน่อย” ผู้บัญชาการพูดจบก็กระซิบคุยกับลูกน้องอีกสองสามคำ แล้วเดินเข้าไปในห้องโดยเอามือไขว้หลังไว้
ไม่นานลูกน้องของเขาก็ชี้เรียกบุรุษผู้หนึ่งจากฝูงชนออกมา
ชายผู้นั้นแปลกใจมาก “นายท่าน ข้าน้อยอาศัยอยู่ทางตะวันตก รู้จักกับหลิวเซิ่งเพียงแค่ผิวเผินนอกนั้นก็ไม่รู้อะไรเลยขอรับ”
“เรียกเจ้าเข้าไปก็ต้องเข้าไป พูดมากเสียจริง!”
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจการ เอ่ยเสียงแข็ง ชาวบ้านก็ประพฤติตัวดีขึ้นมา แล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยความกระวนกระวาย
คนต่อมาเดินเข้าไปตามลำดับต่อๆ กันไปเจียงจั้นเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าพวกเขาเรียกคนเข้าไปเรื่อยเปือยกันนะ”
“คงอยากทำลวกๆ พอเป็นพิธี” เจียงซื่อจ้องไปที่ประตูทางเข้าแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเบา
เมื่อกี้แม่ของหลิวเซิ่งชี้ไปที่เสวียนฉือมันก็น่าสงสัยมากพอแล้ว แต่เนื่องจากเขาอยู่ในตำแหน่งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ฉะนั้นจึงอาศัยแค่การชี้ตัวของนางมาตัดสินคดีความไม่ได้ ตอนนี้ผู้บัญชาการจึงต้องการข้อมูลเพิ่มจะได้โจมตีทีเดียว
ทว่าอย่างไรก็ตาม จะจัดการกับผู้ที่มีตำแหน่งสูงในเมืองชิงหนิวแบบนี้ การถามข้อมูลจากปากของชาวบ้านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ใช้วีธีการถามอย่างไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ คงจะเป็นการถามเพื่อให้ชาวบ้านที่ถูกถามสบายใจ
ความมืดค่อยๆ คืบคลานเข้ามา โคมไฟที่แขวนเป็นสายอยู่ตามชายคาระเบียงส่องแสงสว่างสีนวลแผ่ออกมา ลม