เย็นในค่ำคืนของฤดูร้อนทำให้รู้สึกสบายตัวกว่าในตอนกลางวันเล็กน้อย มีเพียงแต่ยุงที่น่ารำคาญ เสียงตบยุง เพี๊ยะ เพี๊ยะดังออกมาจากฝูงชนบ่อยครั้งในที่สุดประตูห้องก็เปิดออก ผู้บัญชาการก้าวออกมา
ความเหนื่อยหล้าผุดขึ้นมาบนหน้าผาก ทว่านัยน์ตากลับใสแจ๋ว
ไม่นานเจ้าหน้าที่ตรวจการชั้นผู้น้อยก็ยกเก้าอี้ออกมาวางที่กลางเรือน ผู้บัญชาการนั่งลงแล้วกวาดสายตาไปที่ทุกคนอย่างช้าๆ เขาสบตากับผู้บัญชาการแล้วกระแอมขึ้นเบาๆ “เสวียนฉือ เจ้ายังไม่ยอมรับผิดอีกหรือ”
เสวียนฉือไม่มีท่าทีตื่นตระหนก “อมิตาพุทธอาตมามีความผิดอะไรหรือ”พระท่านต่างจ้องเขม็งปานจะเข้าไปกัดกินผู้บัญชาการ ฝูงชนก็ยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่
เนื่องจากชาวบ้านเข้ามาทีหลังจึงไม่มีใครรู้เรื่องที่แม่ของหลิวเซิ่งชี้ไปที่เสวียนฉือ
ผู้บัญชาการแผดเสียงดังขึ้น “แม่ของหลิวเซิ่งชี้ไปที่ท่านก่อนจะสิ้นใจ หรือว่าอาจารย์เสวียนฉือจะปฏิเสธ”
“อาตมาไม่ปฏิเสธ”
“หรือท่านลืมแล้ว ข้าต้องการให้แม่ของหลิวเซิ่งชี้ตัวฆาตกรที่ทำร้ายลูกชายของนาง นางถึงได้ชี้ไปที่ท่าน เมื่อครู่ทุกคนก็เห็น”
เสวียนฉือยิ้มออกบางๆ “นางชี้อาตมาเนื่องจากไม่รู้ว่าฆาตกรเป็นผู้ใด ฉะนั้นจึงชี้มายังอาตมาที่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสเพราะอยากได้คำชี้แจง”
เนื่องจากคำพูดของสาวรับใช้ที่ปรนนิบัติแม่ของหลิวเซิ่ง ซื่อเจี้ยจึงถูกเจ้าหน้าที่ตรวจการชั้นผู้น้อยล้อมอยู่รอบๆ อย่างเงียบๆ ตอนนี้เขามองตรงมาที่เสวียนฉือพร้อ