มกับสีหน้าหวาดกลัว
เสวียนฉือถอนหายใจยาว “ซื่อเจี้ยเจ้าทำให้อาจารย์ผิดหวังเสียแล้ว! อาจารย์สั่งให้เจ้าไปเชิญแม่ของหลิวเซิ่งมา แล้วเหตุใดเจ้าถึงไปทำร้ายนาง”
ซื่อเจี้ยสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งร่าง ริมฝีปากสั่นระริกพลางคุกเข่าลงไปกับพื้น “หลิวเซิ่ง…ศิษย์เป็นคนฆ่าหลิวเซิ่งเอง ท่านอาจารย์ส่งศิษย์ไปเชิญแม่ของหลิวเซิ่งมา ศิษย์กลัวว่าเรื่องจะถูกเปิดโปง ก็ก็เลยต้องทำให้มันจบ…”
ฝูงชนที่ยืนล้อมดูต่างส่งเสียงประหลาดใจดังขึ้นมาทันที การที่ได้ยินว่าพระในวัดฆ่าคนมันเกินกว่าที่พวกเขาคิดไว้
“เหตุใดเจ้าถึงฆ่าหลิวเซิ่ง”
“ข้า…” ซื่อเจี้ยมองตรงไป พลางใช้มือซ้ายหมุนลูกประคำอย่างรวดเร็ว “เขาทำท่าลับๆ ล่อๆ วิ่งไปที่หลังเขา ข้านึกว่าเขาขโมยของก็เลยไล่ตะเพิดเขา ทว่าใครจะรู้เขาทั้งตีทั้งด่าข้า ตอนนั้นเนื่องจากอารมณ์ชั่ววูบข้าจึงพลั้งมือฆ่าเขา พอเห็นว่าทำผิดมหันต์ก็เลยผลักเขาลงบ่อน้ำ…”
แปะ แปะ แปะ เสียงปรบมือเสียงดังฟังชัดดังขึ้นผู้บัญชาการทำหน้าขรึมลงเล็กน้อย “ไม่นึกเลยว่านักบวชจะเอ่ยวาจาโกหกได้ไหลลื่นถึงเพียงนี้”
เขาหันขวับมองซื่อไห่ “ซื่อเจี้ยใช้มือข้างไหนฉันอาหาร”“มือซ้ายขอรับ” เนื่องจากตื่นเต้นซื่อไห่จึงพูดออกไปหมดเปลือก พอพูดจบถึงได้รู้สึกหงุดหงิดเลยเอามือลูบศีรษะที่ไร้เส้นผมไปมา
“ข้าเห็นซื่อเจี้ยใช้มือซ้ายหมุนลูกประคำอยู่ตลอดบวกกับที่ซื่อไห่พูด แค่นี้มันมากพอที่จะยืนยันได้แล้วว่าซื่อเจี้ยเป็นคนถนัดซ้าย”
“ใช่