ใช่ แล้วมันเป็นอย่างไร” ซื่อเจี้ยมองไปทางเสวียนฉือเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเสวียนฉือกลับนิ่ง
“อู๋จั้ว!”
ไม่นานอู๋จั้วก็เดินมาข้างหน้าแล้วโค้งตัวลง“ฆาตกรได้รัดคอเหยื่อจากทางด้านหลัง ที่คอของผู้ตายมีรอยนิ้วมือด้านขวาเข้มกว่าด้านซ้ายฉะนั้นจึงยืนยันได้ว่าฆาตกรถนัดมือขวา”
“ฆาตกรถนัดมือขวา ทว่าซื่อเจี้ยถนัดซ้าย แสดงว่าฆาตกรคือผู้อื่น ซึ่งคนที่ซื่อเจี้ยปกปั้องแล้วยอมรับว่าตัวเองเป็นฆาตกรนั้น สุดท้ายจะเป็นผู้ใดข้าว่ามันคงชัดเจนแล้ว” ผู้บัญชาการจ้องเสวียนฉือเขม็งแล้วเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ
คงจะเป็นความเคยชินของการเป็นพระ เสวียนฉือใช้มือลูบไปมาที่ลูกประคำเช่นกัน จากนั้นก็ถามกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แรงจูงใจคืออะไรเหมือนที่ท่านเคยพูดก่อนหน้านี้ว่าเจี่ยงเอ้อร์ไม่มีแรงจูงใจ ดังนั้นจึงถูกขจัดความสงสัยออกไปชั่วคราว ถ้างั้นอาตมาขอถามโยมหน่อยว่าอาตมาที่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสมีเหตุจูงใจอะไรที่ต้องไปทำร้ายญาติโยมธรรมดาคนหนึ่ง”
“แรงจูงใจงั้นรึ ท่านมีสิ!”