จู่ๆ อวี้จิ่นก็มองมาที่เจียงซื่อ “ตอนที่ผู้บัญชาการไต่สวนคดี หลี่เจิ้งได้บอกเรื่องที่อารองของหลิวเซิ่งตายเมื่อสองปีก่อนด้วยใช่หรือไม่”
“ใช่ หลี่เจิ้งบอกมาแบบนี้ ข้าจำได้เล็กน้อย”เจียงจั้นเอ่ยขึ้น
“ชักจะน่าสนใจแล้วสิ” อวี้จิ่นยิ้มออกมา
ทว่าเจียงซื่อกลับคิดไปไกลมากกว่านั้นนิดหน่อย
สามเณรน้อยบอกว่าครึ่งเดือนก่อนมีหญิงสาวคนหนึ่งแต่งตัวเป็นผู้ชายเข้ามาพักที่วัดหลิงอู้ แถมยังเป็นคนแปลกหน้าอีก นางมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับศพหญิงสาวที่สวนดอกไม้ในจวนฉังซิงโหว และได้มาขอยันต์อยู่เย็นเป็นสุขเหมือนกัน..เช่นนั้น สามารถเดาได้เลยหรือไม่ว่าหญิงสาวที่แซ่ฉื่อคนนั้นอาจเป็นคนเดียวกับศพในสวนดอกไม้
ทว่าเรื่องนี้ต้องไปหาหลักฐานจากแม่นางหลี่
ขณะที่ทั้งสามกำลังกระซิบคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทางฝังผู้บัญชาการก็ซักถามญาติโยมไปได้สองสามคนแล้ว จากนั้นก็เรียกหลี่เจิ้งกับชายหนุ่มอีกสองคนจากเมืองชิงหนิวเข้าไปไต่ถามตามลำดับ
คุณชายหลี่กำลังต่อว่าแม่นางหลี่ “ในเมื่อเจ้าไม่เป็นไร ตอนที่ข้าพาคนไปงมชายผู้นั้นจากบ่อน้ำขึ้นมาทำไมเจ้าถึงไม่พูดอะไรออกมาซักคำ แถมยังยืนมองดูอยู่ด้านข้างด้วย! งามหน้าไหมล่ะ ทำคนหายไปทั้งคน ไม่รู้ว่าคนอื่นจะหัวเราะเยาะตระกูลของเราไปอีกนานเท่าใด”
แม่นางหลี่ทั้งน้อยใจและสลดใจ “ตอนที่ข้าได้ยินข่าวแล้วรีบมา พี่ใหญ่ก็สั่งให้คนลงไปงมศพในบ่อน้ำแล้ว สถานการณ์แบบนั้นจะให้ข้าเสนอหน้าออกมาได้อย่างไร”
“ในเมื