่อเป็นเช่นนี้ แล้วเจ้าจะวิ่งเสนอหน้าออกมาทำอะไรอีก” คุณชายหลี่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ได้คล้อยตามง่ายๆ“ข้า…” แม่นางหลี่กัดริมฝีปากแน่น “ข้าพบว่าข้ารู้จักชายผู้นั้น ก็เลยตกใจกลัวไปชั่วขณะหนึ่ง…”
คุณชายหลี่จ้องแม่นางหลี่ด้วยความระแวง “น้องข้า เจ้ากับชายผู้นั้นเป็นแค่คนรู้จักกันแค่นั้นจริงรึ”
แม่นางหลี่รีบหันซ้ายมองขวาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห “พี่ใหญ่ ท่านพี่พูดจาเหลวไหลอะไรกัน เดี๋ยวคนอื่นมาได้ยินเข้าจะทำอย่างไร”
คุณชายหลี่ทำหน้าขรึมลง “ได้ กลับเรือนค่อยคุยกัน”
แม่นางหลี่รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย
ทันใดนั้นเองก็มีคนเข้ามาตะโกนเรียกแม่นางหลี่ให้เข้าไปรับการไต่สวน เดิมคุณชายหลี่อยากจะเข้ามาขวาง ทว่าพอเห็นสีหน้าอันสุขุมนุ่มลึก ยากที่จะคาดเดาได้ของผู้บัญชาการที่นั่งตัวตรงอยู่ข้างในห้องที่มีประตูเปิดกว้างไว้จึงต้องหลีกทางไปเงียบๆ
แม่นางหลี่เดินเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทันทีที่ก้าวเข้าไปประตูห้องก็ถูกปิดลง นางตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือด
“แม่นางหลี่อย่าตื่นตระหนกไปเลย ตอนนี้ข้าต้องการถามเจ้าบางอย่าง เจ้าวางใจเถอะ สิ่งที่เจ้าพูดในตอนนี้จะไม่มีใครรู้แน่นอน”
แม่นางหลี่คุกเข่าลงช้าๆ “เชิญท่านถามมาได้เลย”
ผู้บัญชาการเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “แม่นางหลี่กับผู้ตายเป็นอะไรกันหรือ’
“ก็ ก็แค่คนรู้จัก…”
ผู้บัญชาการแสยะยิ้มออกมา “เมื่อครู่ข้าไต่ถามมาหลายคนแล้ว พวกเขาไม่ได้พูดเช่นนี้นะ”
แม