่นางหลี่มองผู้บัญชาการด้วยความตะลึง
“ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าไปทำเรื่องอะไร ตัวเองก็ไม่ควรไปทำ เรื่องที่แม่นางหลี่ไปพักชั่วคราวที่วัดหลิงอู้บ่อยๆ คิดหรือว่าจะไม่มีใครเห็น”
“ใต้เท้ากำลังพูดเรื่องอะไร ข้าน้อยไม่เข้าใจ…”
“แม่นางหลี่ ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อมกับเจ้า มีคนเห็นเจ้ากับหลิวเซิ่งคุยกันเป็นการส่วนตัวในยามวิกาล…” เมื่อเห็นแม่นางหลี่หน้าซีดเผือด ท่าทางจะล้มแหล่มิล้มแหล่ ผู้บัญชาการจึงเปลี่ยนน้ำเสียงพูดให้อ่อนโยนลง “เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่าสิ่งที่เจ้าพูดในนี้จะไม่มีใครรู้ ตอนนี้ข้าต้องการสืบหาเรื่องการตายของหลิวเซิ่ง ไม่ได้สนใจเรื่องของชายหญิงอันใด แต่ถ้าแม่นางหลี่ยังไม่ให้ความร่วมมือ เช่นนั้นข้าจึงต้องลงความเห็นว่าเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับการตายของหลิวเซิ่งมากทีสุดไม่แน่พรุ่งนี้อาจต้องถามคนอื่นเพิ่มอีก”
ตัวของแม่นางหลี่โอนเอนไปมา นางยกมือขึ้นมายันผนังห้องไว้อย่างไม่รู้ตัว ความเย็นยะเยือกจากตัวผนังห้องทำให้นางกลับมาสงบได้บ้าง ทว่าคำพูดของผู้บัญชาการยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างบ้าคลั่ง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ สุดท้ายนางก็ทนไม่ไหวเอามือกุมหน้าไว้พลางร้องไห้ออกมาแล้วเอ่ยขึ้น“ใช่เจ้าค่ะ ข้ากับหลิวเซิ่งแอบตัดสินใจกันเองว่าจะแต่งงานกัน!”
มุมปากผู้บัญชาการคลายลงเล็กน้อย
ถือว่าง้างปากนังหนูนี่ได้ซักที
“พวกเรารู้จักกันที่วัดหลิงอู้ เนื่องจากมักจะพบเจอกัน เวลาผ่านไปนานเข้า…ก็เลยเกิดความรู้สึกชอ