บพอกัน…”
“แม่นางหลี่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องพวกนี้อย่างละเอียด บอกมาแค่ว่าที่เจ้ามาจุดธูปบูชาครั้งนี้ได้นัดกับหลิวเซิ่งไว้หรือไม่”
หนุ่มสาวอายุน้อยที่กำลังอยู่ในช่วงรักกันปานจะกลืนกิน ยากที่จะสะบัดกรอบการควบคุมของคนในครอบครัวได้ เพราะงั้นจะไม่มีเหตุผลในการแอบเจอกันอย่างลับๆ ได้อย่างไร
หลังจากที่แม่นางหลี่ยอมรับ นางก็แสดงออกว่าจะไม่ปิดบังอะไรอีกต่อไปอย่างเห็นได้ชัด นางพยักหน้าเล่าทั้งน้ำตา “พวกเรานัดเจอกันวันนี้เพราะกลัวว่าถ้ามาวันเดียวกันบ่อยๆ จะถูกคนดูออก เขาก็เลยจะมาถึงก่อนหนึ่งวัน แต่พอหลังจากที่ข้ามาถึง ไม่ว่าจะรอยังไงเขาก็ไม่ออกมา จึงไปหาเขาในที่ที่เขาอาจจะไปในเมืองแล้วเดินไปมาอยู่สักพัก ทว่าใครจะรู้ว่าพี่ชายของข้าพาคนมาตามหาข้าที่วัดหลิงอู้ ซึ่งกว่าข้าจะไปถึง…”
ผู้บัญชาการรอให้แม่นางหลี่ใจเย็นลงแล้วเอ่ยถามออกไป “แม่นางหลี่สังเกตเห็นบ้างหรือไม่ว่าหลิวเซิ่งมีอะไรผิดปกติไป”
แม่นางหลี่ส่ายหน้าไปมาทั้งๆ ที่รู้สึกลังเลใจ
“ลิ่งจุนเป็นคนที่มีชื่อเสียงและตำแหน่งการงานตระกูลหลี่ก็เป็นตระกูลที่มีหน้ามีตา ชื่อเสียงบารมีในเมืองต้าหยางก็มีไม่น้อย ถึงแม้ตระกูลของหลิวเซิ่งจะเปิดร้านขายผ้า ทว่าการที่หลิวเซิ่งจะได้การยอมรับจากลิ่งจุนกับลิ่งฉือคงจะลำบากมากใช่หรือไม่”
แม่นางหลี่เงียบไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
“ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสองชอบพอกัน ไม่ได้คิดวางแผนอนาคตกันไว้หรือ”
เมื่อได้ยินผู้บัญชาการพูดเช่