พำนักอยู่ที่วัดจะไปยังภูเขาด้านหลังได้โดยที่ไม่ถูกคนในวัดสังเกตเห็นเป็นเรื่องยากโดยแท้”
“ถ้าเช่นนั้นฆาตกรคือใครกันล่ะ” พระเสวียนฉือเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
“จากเบาะแสที่มีเบื้องต้น ฆาตกรน่าจะคุ้นเคยกับเขาด้านหลังเป็นอย่างดี ฉะนั้น…” ผู้บัญชาการหยุดพูดไปชั่วขณะ “คนที่ดูเป็นไปได้มากที่สุดก็คือพระในวัดและเหล่าผู้แสวงบุญที่มาพำนักในวัดเนี่ยแหละ”
“อมิตาพุทธ หวังว่าใต้เท้าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด และคืนความบริสุทธิ์ให้แก่พระสงฆ์ในวัดของเราด้วย” พระเสวียนฉือพนมมือขึ้นพลางเอ่ย
“นั่นเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว ตอนนี้ข้าจะสอบปากคำทีละคน รบกวนพระอาจารย์เสวียนฉือจัดห้องแยกให้ที” ผู้บัญชาการพูดจบก็หันไปยิ้มให้เจียงจั้นและคนอื่นๆ “พวกท่านก็ไปพักก่อนเถิด หากมีเรื่องอะไรข้าจะให้คนไปตามพวกท่านทีหลัง”
ไม่นานห้องแยกก็ถูกจัดไว้เรียบร้อย เจียงซื่อและคนอื่นๆ ยืนอยู่บนระเบียงทางเดินที่ทอดยาว ในตอนนั้นต่างคนต่างก็ไม่รู้สึกง่วงนอนเลยแม้แต่น้อย
“น้องสี่กับพี่อวี๋ชีดูสิ คนที่ถูกเรียกออกไปคนแรกคือผู้แสวงบุญที่มาพำนักอยู่ที่นี่” เจียงจั้นที่หลุดพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยรู้สึกผ่อนคลายและดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
อวี้จิ่นยิ้มพลางเอ่ย “พวกเราถูกสอบสวนไปแล้วหนหนึ่ง ยามนี้ก็ถึงคราวของเหล่าผู้แสวงบุญบ้างแต่ว่าใต้เท้าผู้นั้นก็น่าสนใจทีเดียว เขาให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้นพร้อมกัน จากนั้นก็สอบถามรายละเอียดทีละคน คาดว่