ง มีนามว่าหลิวเซิ่ง ปีนี้เพิ่งจะอายุได้สิบเก้าขวบปี บิดาของเขาเสียไปตั้งนานแล้วขอรับ มารดาต้องเลี้ยงเขามาเพียงลำพังตอนนี้มารดาของหลิวเซิ่งก็ยังไม่ทราบว่าลูกชายของตนไม่อยู่ขอรับ เฮ้อ น่าเวทนาเสียจริง”“ในเมื่อถูกเรียกว่านายน้อยก็แสดงว่ากิจการร้านผ้าของสกุลหลิวก็ถือว่าไม่เลวเลยจริงไหม”
“มิได้เป็นเช่นนั้นขอรับ เมืองที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางอำเภอ ฉะนั้นตระกูลที่พิถีพิถันเรื่องการแต่งกายส่วนมากก็มักจะเข้าไปซื้อผ้าจากร้านในศูนย์กลางอำเภอนอกจากนี้คนธรรมดาทั่วไปก็มิอาจสวมใส่อาภรณ์ชั้นดีเช่นนั้นได้ หรือต่อให้เป็นช่วงฉลองเทศกาล ชาวบ้านทั่วไปใช้อย่างมากก็แค่เศษผ้าเท่านั้นขอรับ” หลี่เจิ้งเอ่ยอย่างกลัดกลุ้ม “แม้ว่ากิจการร้านผ้าของสกุลหลิวจะมิได้รุ่งเรือง แต่หลิวเซิ่งมักจะแต่งกายอู้ฟูั่ และใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ฉะนั้นผู้คนจึงเรียกขานว่านายน้อยหลิวขอรับ”
“การที่สตรีนางหนึ่งจะเลี้ยงดูบุตรเพียงลำพังและยังต้องดูแลกิจการร้านผ้าไปด้วยจะลำบากเพียงไหนกันนะ”
หลี่เจิ้งพยักหน้ารับ “จะว่าลำบากก็ลำบากอยู่ขอรับ แต่ยังดีที่ท่านอารองของหลิวเซิ่งเอ็นดูหลานชายคนนี้อย่างมากจึงมาช่วยดูแลสองแม่ลูกคู่นี้ตลอดทั้งปี”
“ในเมื่ออารองของหลิวเซิ่งเอ็นดูชายของเขามากงั้นก็ไปตามอารองของเขามาก่อนแล้วกัน”
“ใต้เท้า อารองของหลิวเซิ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วแล้วขอรับ”ผู้บัญชาการผงะไปชั่วครู่แล้วจึงถา