ผมที่ปรกใบหน้าของร่างศพนั้นถูกปัดออก เผยให้เห็นใบหน้าบวมเปั่งอันน่าสะพรึงกลัว
ฝูงชนต่างชะเง้อคอมองอย่างใคร่รู้
แม้ว่าใบหน้านั้นจะบวมจนน่ากลัวเนื่องจากน้ำในบ่อ แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่าร่างนั้นยังอ่อนเยาว์ลักษณะเหมือนคนอายุไม่เกินยี่สิบปี
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้อง เอ๊ะ ดังออกมากลุ่มฝูงชน“พวกเจ้าดูสิ นั่นใช่นายน้อยสกุลหลิวของร้านผ้าที่ฝังตะวันออกของเมืองหรือเปล่า”
ฝูงชนเงียบกริบ ทุกคนพยายามเบิกตากว้างมองไปที่ร่างศพนั้นเพื่อที่จะดูว่าเป็นใคร
ในขณะนั้นเองมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นเสียงนั้นดังขึ้นกะทันหันท่ามกลางความเงียบทำให้ผู้คนหันไปมองเป็นตาเดียว
เสียงร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนกนั้นเป็นเสียงของสตรีนางหนึ่ง
สตรีนางนั้นอายุราวๆ สิบหกถึงสิบเจ็ดปี ดวงตาของนางเบิกกว้าง มือของนางปิดปากตัวเองแน่นสนิท และน้ำตาก็ไหลมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจทำให้ความงามของนางดูลดน้อยถอยลงไปเลยผู้นำหนุ่มจากเมืองต้าหยางรู้สึกปีติยินดีอย่างยิ่งหลังจากหันไปเห็นสตรีนางนั้น เขารีบก้าวเท้าไปและคว้าแขนของสตรีผู้นั้นทันที “น้องสาว เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว!”
แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวยังคงตกใจอยู่จึงไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ตัวของนางสั่นเทิ้ม นางปล่อยให้ชายหนุ่มจับไหล่ของนางอยู่อย่างนั้น แต่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ร่างชายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
ความบังเอิญก็คือสตรีนางนั้นยืนอยู่ไม่ไกลจากเจียงซื่อ
เจียงซื่อมองดูปฏิกิริ