ยาของหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นก็หันไปมองใบหน้าบวมเปั่งของร่างศพนั้นพลางครุ่นคิดกับตัวเอง
สตรีนางนั้นยืนอยู่กับฝูงชนนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ต่อให้รู้สึกกลัวจนอยากร้องไห้จนสุดเสียงก็ไม่ควรเพิ่งมาร้องเอาปั่านนี้
แต่ครั้นนางได้ยินคนเอ่ยถึงตัวตนของศพนั้นก็ตอบสนองออกมาเช่นนี้ ฉะนั้นจึงสรุปได้อย่างเดียวว่า นางรู้จักกับผู้ตาย!
หรือจะอธิบายให้ชัดเจนกว่านั้นคือ ทั้งสองคงไม่ได้รู้จักกันเพียงผิวเผิน เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนไม่น้อยน่าจะรู้จักผู้ตายเช่นกันแต่กลับไม่มีใครแสดงอาการเหมือนนางออกมาสักคน
“ไม่ต้องกลัว พี่จะพาเจ้ากลับบ้าน” ชายหนุ่มปลอบโยนหญิงสาว
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวยังไม่อาจสงบสติอารมณ์ลงได้ เพราะแม้ว่าชายหนุ่มจะดึงตัวนางให้เดินไปแต่นางกลับไม่กระดิกกระเดี้ยเลยแม้แต่น้อย
“เขา เขาตายได้อย่างไร” หญิงสาวพึมพำ
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในตัวน้องสาวได้จึงเอื้อมมือไปดึงนางมาไว้ในอ้อมแขนเพื่อบังจากสายตาคนรอบข้าง“น้องข้าคงตกใจไม่น้อย ฉะนั้นพวกข้าขอไม่รบกวนการสืบคดีที่นี่ต่อแล้ว พวกเรากลับ!”
“ช้าก่อนโยม” พระสงฆ์วัยกลางคนตะโกนห้ามชายหนุ่ม
“นี่หมายความว่าอย่างไรท่านพระอาจารย์”
พระสงฆ์วัยกลางคนกล่าวสวด “อมิตาพุทธ จากรูปการณ์แล้วมีคดีความเกิดขึ้นที่วัด แต่โยมที่เป็นคนสำคัญเร่งรีบกลับไปเช่นนี้ อาตมาว่ามันไม่ถูกต้อง”
“พระอาจารย์นี่พูดมิรู้ความหรืออย่างไร ศพนี้ข้าให้คนของข้า