ไปนำขึ้นมา หากคดีนั้นเกี่ยวข้องกับข้าจริง ข้าจะทำเช่นนั้นทำไมกัน ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อมาตามหาน้องสาวเท่านั้น ยามนี้เจอน้องแล้ว ข้าก็จะพานางกลับ หรือข้าต้องอยู่ช่วยพวกท่านหาฆาตกรด้วยงั้นรึ”
“หากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับโยม เหตุใดโยมถึงพาคนมายังบ่อน้ำที่เขาหลังวัดเพื่อตามหาศพล่ะ”พระสงฆ์วัยกลางคนเอ่ยวาจาล่วงเกินเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจะไม่ยอมปล่อยให้ชายหนุ่มกลับไปง่ายๆ
“นี่ก็เอาขึ้นมาผิดยังไงล่ะ!” ชายหนุ่มเริ่มมีน้ำโหเมื่อเห็นว่าท่าทีของฝูงชนเริ่มเปลี่ยนไปจึงรีบอธิบายต่อว่า “มีคนเอาเรื่องมาแจ้งว่าน้องสาวของข้าถูกฆ่าตายแล้วเอาศพมาทิ้งไว้ในบ่อน้ำบนเขาหลังวัดหลิงอู้”
“แต่น้องสาวของท่านก็ยังมีชีวิตอยู่”
“ดังนั้นข้าถึงบอกว่าเอาขึ้นมาผิดยังไงล่ะ ข้ายังต้องชดใช้สิ่งใดให้พวกท่านอีกหรือ”
“ไม่ทราบว่าคนที่นำข่าวนั้นไปแจ้งคุณชายคือผู้ใดกัน” คนหนึ่งในฝูงชนเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ
คนที่ถามนั้นเป็นชายผิวเหลืองวัยกลางคนที่ไว้เครายาว ที่ด้านหลังของเขามีผู้ติดตามอีกสองสามคนชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางจ้องมองไปที่ชายวัยกลางคนจอมจุ้นจ้าน สายตาของฝูงชนจับจ้องไปที่ร่างนั้นเป็นตาเดียว
ชายวัยกลางคนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ตัวข้าคือผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอฟูั่ซิง เผอิญผ่านที่เมืองชิงหนิวแล้วได้ยินว่ามีคนประสบอุบัติเหตุถึงขึ้นเสียชีวิต ข้ามาเลยมาดู”
เจียงซื่อที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนรู้สึกสับสนไปชั่วขณะ
การที่มีทางการเข้า