ียงซื่อตอบเบาๆ
รอถึงเที่ยงวัน เจียงจั้นก็มาเรียก
“น้องสี่ มีพระอาจารย์เอาอาหารมังสวิรัติมาให้เจ้ามากินด้วยกันสิ”
เจียงซื่อตามเจียงจั้นไปห้องข้างๆ กลับพบว่าอวี้จิ่นก็อยู่ที่นั่นด้วย
นางอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเจียงจั้น
เจียงจั้นยิ้ม “ออกมาข้างนอกก็ไม่ต้องพิถีพิถันขนาดนั้น อาหารนี้พี่อวี๋ชีจองเอาไว้ ว่ากันว่าอาหารมังสวิรัติของวัดหลิงอู้มีชื่อเสียงมาก ได้โอกาสพอดีที่พวกเราจะลองชิมดู”
“ที่จริงแล้วข้ายังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ พี่รองกับคุณชายอวี๋ทานให้อร่อยเถิดเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อหันหลังกลับเพื่อจะเดินไป ถูกเจียงจั้นดึงแขนเสื้อเอาไว้
“น้องสี่ ไม่กินข้าวจะทำให้ปวดท้องได้นะ”
เมื่อเห็นเจียงจั้นส่งสายตาอ้อนวอนที่น่าสงสารแบบนั้นแล้ว ในที่สุดเจียงซื่อก็ใจอ่อนพยักหน้าตกลง
เจียงจั้นดีใจมาก ดึงเจียงซื่อลงมานั่งข้างๆ ยื่นชามและตะเกียบให้อย่างเอาใจใส่ และวางชามแกงเล็กๆไว้ตรงหน้านาง “น้องสี่ ลองชิมแกงผักนี้ดู ว่ากันว่าผักนี้ที่จริงแล้วนี่เป็นผักปั่า แต่ว่าเมื่อทำเป็นแกงผักรสชาติเลยอร่อยมาก ทางวัดได้จัดพื้นที่หลังภูเขาเป็นสถานที่เพาะปลูกโดยเฉพาะโดยทั่วไปแล้วศาสนิกชนที่มาพักที่วัดหลิงอู้จะต้องมากินแกงผักนี้ให้ได้”
อวี้จิ่นวางมือข้างหนึ่งบนโต๊ะอาหาร ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เจียงจั้นคอยเอาใจใส่ทั้งหมดแล้ว เขายังทำอะไรได้อีก
พี่เมียห่วงใยน้องสาวเช่นนี้ ทั้งหมดนี้เป็นการเพิ่มความยากลำบากให้เขา“พี่รองไม่จำเป็นต้องดูแลข้า