ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะเจ้าคะ” เจียงซื่อเช็ดมือ แล้วรับตะเกียบมา
“มาๆ พวกเราดื่มต่างเหล้าแล้วกัน” เจียงจั้นเห็นว่าเจียงซื่อไว้หน้าเขามากๆ ยอมผ่อนคลายความตึงคเรียดกับอวี้จิ่น รู้สึกดีใจมาก ขยิบตาใส่อวี้จิ่น
เขาบอกแล้วว่าน้องสี่แค่เป็นคนอารมณ์เย็นชานางดีกับเขาก็ต้องดีกับผู้ที่ช่วยชีวิตของเขาอย่างแน่นอน
อวี้จิ่นยกถ้วยชาขึ้นมา แล้วหันไปที่เจียงจั้นด้วยรอยยิ้ม
“น้ำที่ชงชานี้ก็เป็นน้ำแร่จากภูเขา ว่ากันว่านี่ก็เป็นของต้อนรับแขกที่มีชื่อเสียงในวัดหลิงอู้คุณหนูเจียงลองชิมดู”
เจียงซื่อจิบชานิดๆ แล้ววางลง เห็นแก่เจียงจั้นที่อยู่ข้างๆ พูดเบาๆ “รสชาติไม่เลว”
“ดูเหมือนว่ามาที่วัดหลิงอู้จะถูกต้องแล้ว แต่สถานที่นี้เล็กไปหน่อย พรุ่งนี้พวกเราไปเดินเที่ยวรอบๆ กันเถอะ” เจียงจั้นแนะนำ
อวี้จิ่นยิ้มตาหยีและพยักหน้า “ตกลง”
เท้าที่อยู่ใต้โต๊ะของเจียงซื่อก็เตะเจียงจั้นอย่างแรง
นี่ใช่พี่ชายแท้ๆ จริงไหม ขายน้องสาวแล้วยังช่วยคนอื่นอีกใช่ไหม
เจียงจั้นแสยะปาก จะให้อวี้จิ่นรู้ไม่ได้ว่าถูกเตะยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า “ชานี่ยังร้อนมาก ลวกปากข้าเสียแล้ว”
อวี้จิ่นหัวเราะเบาๆ “ใช่ มันลวกปากนิดหน่อยคุณหนูเจียง ดื่มแกงผักเพื่ออุ่นท้องก่อนน่าจะดีกว่า อยู่ข้างนอกไม่สบายเหมือนอยู่ที่จวน เรื่องอาหารต้องระวังให้มากๆ”“ขอบคุณคุณชายอวี๋มากเจ้าค่ะ” เจียงซื่อตอบแบบไม่ใส่ใจ ใช้ช้อนแกงคนแกงผัก ตักขึ้นมาแล้วยื่นไปที่ริมฝีปาก จากนั้นกลับหยุดล