่ใช่ก็ดีแล้ว” เจียงจั้นโล่งอก
เมื่อครู่เขากินไปเยอะ พี่อวี๋ชีและน้องสี่ไม่ได้กินแกงผักเลย
“แต่ว่าแกงผักนี้มีกลิ่นเหม็น…” เจียงซื่อมองเจียงจั้นอย่างเห็นใจ และพูดต่อไป “เหมือนกับมีกลิ่นเน่าของซากสัตว์ละลายอยู่ในน้ำ”
เจียงจั้นหน้าซีด เมื่อเห็นสีหน้าของเจียงซื่อไม่เหมือนพูดเล่น เขาลุกขึ้นพรวดแล้วพุ่งออกไป ไม่นานข้างนอกก็มีเสียงอาเจียนดังขึ้น
ชั่วขณะหนึ่งในห้องก็เหลือเพียงอวี้จิ่นกับเจียงซื่อเท่านั้น
“มีกลิ่นเหม็นจริงๆ หรือ” อวี้จิ่นตักแกงผักขึ้นมาหนึ่งช้อน วางไว้ปลายจมูกแล้วดม กลับไม่ได้กลิ่นแปลกปลอมแม้แต่นิด
“คงไม่ใช่ว่าคุณหนูเจียงแค่ล้อน้องเจียงเอ้อร์เล่นใช่ไหม” อวี้จิ่นก็คิดความเป็นไปได้นี้ออกมาได้ในทันใด
เจียงจั้นแค่พลาด ไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยเขา ก็กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของสาวน้อยนี้แล้วหรือเจียงซื่อมองช้อนแกงที่ริมฝีปากของอวี้จิ่น แล้วพยักหน้า “อืม ข้าก็แค่แกล้งพี่รองเล่นน่ะ”
อวี้จิ่นหัวเราะขึ้นมา อ้าปากขึ้นเล็กน้อยเพื่อกินแกงผัก
เจียงซื่อหรี่ตามอง แต่เห็นเขาวางช้อนแกงลงอีกครั้ง
เมื่อสบสายตาที่แปลกๆ ของสาวน้อยแล้ว ชายหนุ่มยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังหลอกข้า”
เจียงซื่ออดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปาก
ศัตรูเจ้าเล่ห์มาก ฉลาดว่าพี่รองมาก
เจียงจั้นกลับมาแล้ว พิงขอบประตูและหอบ ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งถึงจะสงบลงแล้วเดินเข้ามา
“น้องสี่ คงไม่ใช่ว่าเจ้าแกล้งข้าเล่นใช่ไหม เรื่องแบบนี้ยังจะล้อเล