ผ่านดวงตาของอาเฟย จากนั้นเขาจึงยิ้มและโบกมือ “ข้าขออยู่อย่างที่เคยแล้วกัน ข้าบอกคุณหนูตามตรงว่าบัดนี้มีพี่น้องหลายคนมาอยู่กับข้า สะดวกยิ่งหากให้พวกเขาคอยสืบข่าวให้ ที่นี่ข้าจะเดินทางมาวันละครั้งก็พอ”
“งั้นก็ดี วันพรุ่งนี้ข้าจะออกไปข้างนอก เจ้ากับเหล่าฉินเตรียมตัวให้พร้อม”
ชั่วพริบตา วันรุ่งขึ้นก็มาถึงแสงแดดเจิดจ้าปกคลุมทุกสิ่งด้วยสีทอง บนท้องฟั้าไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว เงยหน้าเห็นเพียงท้องฟั้าสีคราม เป็นอากาศที่เหมาะสมจะออกไปข้างนอกยิ่ง
เจียงจั้นนั่งตัวตรงบนหลังม้า เสื้อคลุมสีขาวนวลดุจดวงจันทร์ทำให้เขาดูหล่อเหลามีเสน่ห์ขึ้นดึงดูดสายตาของหญิงสาวนับมิถ้วน
เขาคุ้นเคยกับการถูกจ้องมองเช่นนี้มานานแล้วจึงมิได้รู้สึกอึดอัดใจ เขายิ้มเห็นฟันขาวอย่างเรียบร้อยให้แก่หญิงสาวในรถม้า “น้องสี่ วันนี้อากาศดีนัก ประเดี๋ยวเมื่อถึงชานเมือง ไม่มีผู้ใดแล้ว พี่จะพาเจ้าขี่ม้า”
อาหมานโผล่ศีรษะออกมาแล้วกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “คุณชายรองเจ้าคะ คุณหนูขี่ม้าไม่เป็นและไม่ควรจะขี่ม้าตัวเดียวไปกับท่าน อย่าได้รั้นเลยเจ้าค่ะ”
เจียงจั้นเบะปาก
บ่าวรับใช้เหล่านี้มิรู้ว่าไปเอาความกล้าเช่นนี้มาจากที่ใด อะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจได้ก็มักจะทำออกมาเช่นนั้น
“น้องสี่ ดูแลบ่าวรับใช้ของเจ้าบ้างสิ กล้ากล่าวกับข้าเช่นนี้” การที่เขามิอาจพาน้องสาวขี่ม้ากินลมด้วยได้ จึงทำให้คุณชายรองเจียงอารมณ์ไม่ดีนัก เขาจึงรีบกล่าวโทษบ่าวรับใช้ขึ้นมาทันท