ี“บ่าวกล่าวตามจริงเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อดีดหน้าผากของอาหมานเบาๆ ด้วยนิ้วและกล่าวว่า “อย่าต่อปากต่อคำกับคุณชายรอง”
เจียงจั้นเหลือบมองอาหมานเบา ๆ ด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
ช่วงเวลาจริงจัง น้องสี่ยังคงเข้าข้างเขาเสมอ
อาหมานกลอกตานำมือกุมหน้าผาก
เป็นถึงคุณชายรอง ต้องการเอาชนะเพียงบ่าวรับใช้ น่าชื่นชมเสียจริง!
สารถีสวมหมวกใบใหญ่ปิดบังแดด เขาบังคับรถม้าตั้งแต่ในเมืองกระทั่งออกไปเขตชานเมืองได้อย่างราบรื่นตลอดเส้นทาง
ผู้นั่งข้างสารถีคืออาจี๋ บ่าวรับใช้ของเจียงจั้น
อาจี๋แอบมองสารถีอยู่เนิ่นนานแล้ว เขาเกิดความสงสัยในใจว่าสารถีในจวนเปลี่ยนคนตั้งแต่เมื่อไรกัน
สารถีจับจ้องไปที่ด้านหน้าโดยมิเปลี่ยนสีหน้าและมิสนใจสายตาที่อยากรู้อยากเห็นของอาจี๋
สารถีผู้นี้คือเหล่าฉินนั่นเอง
“น้องสี่ คิดอย่างไรจึงอยากเดินทางไปวัดในเมืองเล็กๆ เช่นนั้น ในเมืองหลวงมีวัดมากมายทั้งใหญ่และเล็ก” เจียงจั้นมักกล่าวมากความเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าน้องสาว ผ่านไปไม่นานเขาก็เริ่มกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ว่ากันว่าวัดนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง” เจียงซื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมายื่นให้ “พี่รอง เช็ดเหงื่อหน่อยเถิด”เจียงจั้นไม่ได้รับไป “ไม่เป็นไรหรอก ประเดี๋ยวก็ไหลออกมาอีก น้องสี่ช่วยหยิบลูกสาลี่ให้ข้าดีกว่า”
เขากัดสาลี่ทรงกลมเข้าไปคำหนึ่งจนน้ำล้นออกมา เจียงจั้นถอนหายใจออกมาอย่างสบายใจ
การมีน้องสาวเป็นเรื่องดีเสียจริง จู่ๆ นางก็อยากจะไปถวายธูปเทียนที่วัด ทำให้เข