“ผู้ใดเจ้าคะ” เมื่อเจียงซื่อกล่าวเช่นนี้ อาหมานจึงตกใจและมองไปรอบๆ อย่างประหม่าทันที
เจียงซื่อมองไปในทิศทางหนึ่ง นางเม้มริมฝีปากสีแดงเข้าหาหัน
ร่างสูงเรียวค่อยๆ โผล่ออกมาจากความมืด
“เหตุใดจึงเป็นท่าน” อาหมานประหลาดใจ
แต่เจียงซื่อดูไม่แปลกใจเลย
นางคุ้นเคยกับกลิ่นของเขาดี ไม่ว่าในชาติก่อนหรือชาตินี้ก็ตาม เมื่อเขาเข้ามาใกล้ มีหรือนางจะไม่รู้ตัว
“อาหมาน เจ้ารออยู่ที่นี่ คุณชายอวี๋เชิญตามข้ามา” เจียงซื่อเดินนำไปข้างหน้า
อวี้จิ่นกัดฟันเดินตามไป ถึงสีหน้าจะแสดงออกมาไม่ชัดนัก แต่ก็เต็มไปด้วยความงุนงง
เขาซ่อนตัวได้เป็นอย่างดี แล้วเขาถูกค้นพบได้อย่างไร นางคงไม่ได้เห็นเขาเป็นไอ้โรคจิตที่ชอบสะกดรอยตามหรอกใช่หรือไม่
ทั้งสองเดินไปข้างหน้าประมาณหนึ่งจั้งแล้วหยุดลง
จู่ๆ เจียงซื่อก็หันกลับมาและถามด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบว่า “คุณชายอวี๋สะกดรอยตามข้าด้วยเหตุใดหรือ”
อวี้จิ่นนำมือแตะจมูกเบาๆ
เนื่องจากนางถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ เขาจึงทำได้เพียงใช้ความหน้าด้านหน้าทนอันเป็นพรสวรรค์ของตนแสดงออกมา
“แม่นางเจียงเข้าใจข้าผิดไปแล้ว ข้าหาได้สะกดรอยตาม แต่คอยคุ้มกันแม่นางต่างหาก”
“คุ้มกันข้า?” เจียงซื่อเลิกคิ้วขึ้น “คุณชายอวี๋เห็นข้าเป็นเด็กเล็กๆ หรือไร เจ้ากับข้าหาใช่ญาติกันและข้าไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากท่าน จู่ๆ ท่านก็ปรากฏกายขึ้นที่นี่แล้วกล่าวว่าปกปั้องข้า?”
อวี้จิ่นถอนหายใจเบาๆ
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความลึกซ