ิดข้าไว้ก่อนไม่เป็นไร” หลังจากเจียงซื่อกล่าวจบนางก็หันไปมองอวี้จิ่นอย่างเย็นชา “ข้าไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก หากคุณชายอวี๋ยังคอยสะกดรอยตามข้าเช่นนี้ ข้าจะถือว่าท่านเป็นพวกโรคจิต”
อวี้จิ่นมองเจียงซื่ออย่างแปลกใจนางยังไม่ได้เห็นว่าเขาเป็นโรคจิตหรอกหรือ
ช่างเป็นสตรีที่ใจดีและอ่อนโยนเสียจริง
ช้าก่อน! เมื่อครู่เขาคิดว่านางคือสตรีที่อ่อนโยนได้อย่างไร ทั้งๆ ที่นางกำลังจะจัดการตัดอวัยวะสำคัญดุจชีวิตของลูกผู้ชาย!
หึๆ แต่ชายประเภทที่เมาสุราแล้วข้ามกำแพงคิดจะไปทำร้ายหญิงหม้ายในตอนกลางดึก จะเหลือเอาไว้ฆ่าตอนปีใหม่เช่นเชือดหมูหรือไร
“คุณชายอวี๋ ข้าขอตัวก่อน” เจียงซื่อโค้งตัวให้อวี้จิ่นเล็กน้อย จากนั้นกวักมือเรียกอาหมานให้เดินตามมา
ต้องบอกว่านางโชคดีเหลือเกินที่คราวนี้คนที่สะกดรอยตามนางคืออวี้จิ่น จากที่นางรู้จักกับเขามา แม้เขาจะเห็นนางกับอาหมานทำเรื่องราวแปลกๆ เหล่านั้น แต่เขาก็จะไม่นำไปบอกเล่าต่อถึงจะรู้สึกประหลาดใจมากก็ตาม
หากว่าเป็นผู้อื่นละก็ เจียงซื่ออดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อนางคิดถึงความเป็นไปได้นี้
หากว่าเปลี่ยนคนอื่น นางคงจะต้องทำงานหนักมากกว่านี้นางเรียนรู้มนตร์นี้มาจากผู้อาวุโสเผ่าอูเหมียวและท่านอาวุโสอูเหมียวใช้มนตร์เหล่านี้ในการปกปั้องชนเผ่าอูเหมียว
เมื่อเทียบกับกังฟูและดาบแล้ว วิชามนตราสามารถฆ่าคนได้ดุจล่องหน ซึ่งน่าสะพรึงกลัวและลึกลับกว่า
มีสตรีเพียงไม่กี่คนในเผ่าอูเหมียว