จากแสงของดวงจันทร์ที่สาดส่อง ทำให้พอจะมองออกว่าเป็นชายรูปร่างไม่สูงใหญ่แต่รากฐานมั่นคง อายุราวๆ สี่สิบปี
ชายผู้นั้นหยุดลงชั่วครู่ ก่อนจะถือมีดทำครัวเอาไว้อย่างแน่นหนาแล้วเดินเข้าไปท่ามกลางความมืดไม่ด
“คุณ คุณหนูเจ้าคะ เขาผู้นั้นจะไปฆ่าใครงั้นหรือ” อาหมานกระซิบถามด้วยน้ำเสียงอันเบาและตระหนก “หรือว่า…เขาฆ่าคนในเรือนนี้ไปสิ้นแล้ว…”
“ไม่มีกลิ่นคาวเลือด” เจียงซื่อตอบกลับพร้อมมองไปยังชายหนุ่มซึ่งกำลังจะหายลับไปในความมืด
อาหมานกัดริมฝีปากตนเอง “เช่นนั้นหมายความว่า…เขากำลังจะไปฆ่าคนสิเจ้าคะ!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น อาหมานก็มีทีท่ากังวลใจขึ้นมาจู่ๆ นางก็ดึงชายเสื้อของเจียงซื่อเอาไว้แน่น“คุณหนูเจ้าคะ ครานี้เราจะทำอย่างไรกันดี”
จู่ๆ เหตุการณ์ก็กลับกลายเป็นเช่นนี้ เจียงซื่อเองก็คาดไม่ถึง
การออกมาสำรวจหมู่บ้านหวังจยายามค่ำคืนนางได้วางแผนมาก่อนแล้วมากมาย เพียงแต่ไม่คาดว่าจะพบเจอเข้ากับฆาตกรที่กำลังจะลงมือเช่นนี้
“อาหมาน เจ้าสามารถจัดการกับคนคนนั้นได้หรือไม่”
“บ่าวสามารถจัดการได้เจ้าค่ะ มองไปอาจเห็นว่าเขาร่างสูงใหญ่ แต่ดูจากท่าทางการเดินแล้ว คาดว่าไม่ได้เป็นผู้ศึกษาวิทยายุทธ คนเช่นนี้บ่าวจัดการพร้อมกันสองสามคนก็ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จนกระทั่งชายผู้นั้นหายลับตาไป ก่อนจะตัดสินใจออกมาว่า “พวกเราเดินตามไปดูกันเถอะ”
เมื่อนางพบเข้ากับเหตุการณ์เช่นนี้ หากจะให้ทำเป็นมองไม่เห็นก็คงจ