ซื่อเองยังไม่อยากเข้าไปในเรือนเลยทันที จึงไปนั่งพักอยู่ที่ชิงช้าใต้ต้นไม้แทน
อาเฉี่ยวรีบกลับเข้าไปในเรือนยกน้ำหวานมาให้เจียงซื่อจึงค่อยๆ ยกจิบ
“น้องสี่ ได้ยินว่าเจ้ากลับมาแล้ว” เจียงจั้นวิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ
เนื่องจากเป็นหน้าร้อนเจียงจั้นผู้ที่วิ่งเข้ามาจึงทำให้ใบหน้าแดง หน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ ดูไม่สกปรกเลยแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้ดูเหมือนกระฉับกระเฉงขึ้นมามากกว่า
ความกระฉับกระเฉงแบบนี้ดูเหมือนว่าจะสามารถสลายหมอกควันในใจของผู้คนได้
เจียงซื่ออดยิ้มไม่ได้ “พี่รองเพิ่งกลับมาจากข้างนอกหรือเจ้าคะ อาเฉี่ยวไปยกน้ำหวานมาให้คุณชายรองสักแก้วสิ”เจียงจั้นก้าวยาวเข้ามา และไกวชิงช้าให้เบาๆพลางนั่งลงที่เก้าอี้หินด้านข้างดวงตาสีดำเจิดจรัสเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ข้ามีข่าวดีจะบอกให้เจ้าฟัง”
“อ้อ เรื่องอะไรเจ้าคะ”
“เจ้าคนแซ่จี้มันถูกสุนัขกัดตอนนั่งม้านำขบวนไปรับเจ้าสาวน่ะ”
เขาไม่ค่อยชอบเจ้าเอ้อร์หนิวสักเท่าไหร่นัก แต่ไม่คิดว่าเจ้าเอ้อร์หนิวมันจะมีความคิดเช่นเดียวกับเขา
ไม่ถูกสิ คนกับสุนัขความคิดตรงกันต่างหากก็ไม่ถูกอีก…
เจียงจั้นตีกับความคิดตนเองจึงเลิกคิดเสียเลยดีกว่า อย่างไรเดี๋ยวค่อยหาซื้อเนื้อไปให้เจ้าเอ้อร์หนิวสักสองจินก็แล้วหัน
“เจ้าไม่ดีใจหรอกหรือ” พอเห็นสีหน้าไร้ความรู้สึกของเจียงซื่อ เจียงจั้นก็อดแปลกใจไม่ได้
เจียงซื่อคิดไปคิดมาก็ยิ้มขึ้นมาทันที
จะว่าไปตามความคิดในใจก็ม