ย่ะค่ะ…”
อวี้จิ่นมองขันทีอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง ราวกับว่าขัดเคืองใจที่พูดมากเกินไป “ก็ไม่สนิท”
พอกล่าวถึงตรงนี้ในใจของอวี้จิ่นก็ยิ้มเย็นชา
มากกว่าที่ไม่สนิทกับครอบครัวฝังท่านตาแล้วผู้คนเหล่านั้นในวังที่มีสายเลือดเดียวกับเขาสำหรับเขาแล้วไม่แตกต่างอะไรจากคนแปลกหน้า
เสด็จพ่อเป็นถึงฮ่องเต้ปกครองแผ่นดิน สุขภาพร่างกายต้องมาก่อน ถึงแม้จะเชื่อคำนักบวชลัทธิเต๋าเช่นนั้นเขาก็ยังพอใจเข้าใจได้ แต่เสด็จแม่นั้นหลังจากที่เขาถูกส่งออกไปนอกวังหลายปี แม้ความคิดที่จะหาวิธีออกมาเจอหน้าเขาสักครั้งยังไม่มี ขนาดเสื้อผ้าสักชุดรองเท้าสักคู่ยังไม่เคยมีส่งให้เขาเลยสักครั้ง
ในสมัยเยาว์วัยเขาเคยรู้สึกทั้งน้อยใจ ทั้งโกรธเคือง แต่ตอนนี้เขากลับไม่เหลือความรู้สึกใดๆเลยแม้แต่น้อย
ก็ไม่สนิทจริงๆ นี่นะ
“กงกงจะอยู่รับประทานอาหารหรือไม่”
“ขอบพระทัยองค์ชาย แต่ข้าน้อยยังต้องกลับไปรายงานพระสนมอีกพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีตั้งใจเน้นย้ำ‘รายงาน’ สองคำนี้ให้ดูหนักแน่น ถือเสียว่าให้โอกาสอวี้จิ่นอีกครั้ง
อวี้จิ่นเลิกคิ้วเฉียงขึ้น “ส่งแขก”สุนัขตัวใหญ่วิ่งส่ายหางเข้ามา
จนแทบจะทำให้ขันทีเกือบจะวิ่งหนี
อวี้จิ่นมองไปที่เอ้อร์หนิวและพูดเสียงดังขึ้น “ข้าหมายถึงให้หลงต้านส่งแขก”
เอ้อร์หนิวเงยหน้าขึ้นมอง
ว่าอะไรนะ มันทำท่าราวฟังอะไรไม่ออกเลยสักคำ