์ชายผู้นี้อย่างไร แน่นอนว่าไม่มีกล้าหาเหาใส่หัวเอ่ยถึงเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งอ๋องให้อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของสถานการณ์ที่ลำบากใจองค์ชายแปดที่อายุน้อยกว่าอวี้จิ่นยังได้รับกาแต่งตั้งเป็นเซียงอ๋องแล้ว แต่องค์ชายเจ็ดก็ยังเป็นองค์ชายเจ็ด…
แต่อวี้จิ่นเองกลับไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
เขาก็เป็นแค่องค์ชายที่ไร้ความสำคัญคนหนึ่งหากอยากจะได้อะไรหรือทำอะไรตามใจชอบก็ง่ายขึ้นมามากโข
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นหรอก หากองค์ชายรัชทายาทอยากจะขอหญิงสาวที่เคยแต่งงานมาแล้วก็ยากเสียยิ่งกว่าอะไรดี
พอคิดถึงตรงนี้มุมปากของอวี้จิ่นก็ยกยิ้มขึ้นน้อยๆขันทีที่มาก่อนหน้านี้รู้สึกงุนงง
ถึงแม้ว่าองค์ชายเจ็ดจะยิ้มสวยกว่าสาวงามในวังแต่องค์ชายผู้นี้กำลังยิ้มเรื่องอะไรอยู่กันแน่
หรืออาจจะได้รับการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมมาตั้งแต่ยังเล็กเลยทำให้กลายเป็นนิสัยเช่นนี้หรือ
ราวกับได้รับรู้ความคิดของขันที อวี้จิ่นจึงเก็บความคิดของตนพลางกล่าวเรียบๆ “หึ ข้าขี้เกียจไป”
ขันที “…”
ครู่หนึ่งอวี้จิ่นก็ถามกลับ “กงกงยังมีธุระอื่นอีกหรือไม่”
ขันทีแทบอยากจะร้องไห้โฮ
องค์ชายท่านให้คำตอบตรงไปตรงมาเกินไปหรือไม่ แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อเล่าหากกลับเข้าไปในวังแล้วพระสนมเสียนเฟยถามมาแล้วเข้าตอบกลับไปว่าองค์ชายขี้เกียจจะไปเข้าร่วมงาน คิดดูสิว่าพระสนมเสียนเฟยจะโกรธขนาดไหน
“แค่…แค่นี้หรือพ่ะย่ะค่ะ แต่จวนอันกั๋วกงเป็นพระญาติขององค์ชายนะพ่ะ