ชายหนุ่มผู้มีตาแต่ไร้แววที่เจียงเชี่ยวได้พูดถึงสวมชุดมงคลมีมงกุฎประดับบุปผา ร่างผอมบางนั่งหลังตรงอยู่บนหลังม้า มุมปากประดับรอยยิ้มอ่อน สีหน้าขาวออกไปทางซีดเล็กน้อย ตามแบบรูปลักษณ์บุรุษงามในอุดมคติที่หาจับตัวยากในร้อยลี้ของต้าโจวเลยทีเดียว
เจียงเชี่ยวหันหน้าไปมองครู่หนึ่ง แม้หาข้อบกพร่องจากรูปลักษณ์นี้ไม่ออก ได้แต่กล่าวออกมาอย่างหงุดหงิดว่า “ข้ารู้แต่ว่าก็แค่พวกหน้าตาดีแต่ไร้ปัญญาเท่านั้น”
เจียงซื่อถูกทำให้หัวเราะ “พี่สามกล่าวเช่นนี้ไม่ถูกเสียแล้ว ตอนนี้ผู้คนมากมายกำลังชื่นชมเรื่องราวความรักระหว่างคุณชายสามกับหญิงสาวชาวบ้านอยู่ ว่ากันว่ามีคนเอาไปแต่งเป็นหนังสือด้วยนะ ทั้งยังขายดีมากเลยทีเดียว”
เจียงเชี่ยนทำสีหน้ากระอักกระอ่วน พูดออกมาอย่างอดทนอดกลั้น “ข้าอ่านแล้วล่ะ คนเขียนช่างไร้สาระสิ้นดี น้องสี่เจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจ”
ไม่รู้ว่านักเขียนไส้แห้งคนไหนมาเขียนมั่วซั่วได้เช่นนี้ว่าจวนตงผิงปัวไปเขียนว่าเป็นคนขัดขวางความรักของคู่รัก อีกทั้งยังหาว่าน้องสี่ที่ถูกยกเลิกงานแต่งไปแล้วกลับคิดถึงคุณชายสามผู้ที่ไม่เป็นโล้เป็นพายของจวนอันกั๋วกงอยู่ไม่สร่างคลาย
ถึงแม้ว่าตัวละครในนิยายนั้นจะปรับแก้ไขอย่างไรสุดท้ายไม่ว่าใครมาอ่านก็สามารถมองออกได้อยู่ดีว่าหมายถึงใคร
ช่างน่าโมโหยิ่งนัก
เอ่ยถึงจุดนี้ ก็เพราะนางเห็นว่าน้องสี่เจอเรื่องร้ายมามากพออยู่แล้ว ยิ่งเห็นหน้าน้องสี่นางก็ยิ่งสงสาร นางจึงไม่ต