่อปากต่อกับน้องสี่ดังเช่นเมื่อกาลก่อนอีก
“ข้าก็อ่านหนังสือเล่มนั้นแล้วเช่นกัน เขียนได้ผิดเพี้ยนจากเรื่องจริงมากเลยทีเดียว” เวลานี้เจียงซื่อก็อดนึกถึงจี้ฉงอี้ขึ้นมาไม่ได้ แต่ในใจนั้นกลับไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวกับผู้ชายคนนั้นในชาติก่อนของนางแล้วไม่เคยคิดมีใจให้สักนิดเดียว ก่อนจะออกเรือนนั้นหรือก็เพราะเพียงแค่เกียรติและศักดิ์ศรีเท่านั้น
ในตอนนี้นางเพียงแค่ขอให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันสมดังหวังใจปรารภณา เก็บเรื่องราวดีๆ ให้ชนรุ่นหลังร้อยพันปีได้เล่าขานเป็นตำนาน
“เจ้าไม่ใส่ใจอะไรแล้วจริงหรือน้องสี่” สายตาของเจียงเชี่ยวเคลื่อนไหวไปตามขบวนงานที่เดินอยู่
“คนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้า จะมีค่าอะไรให้ใส่ใจด้วยกันเล่า” เจียงซื่อเหมือนเห็นว่าเจียงเชี่ยวกำลังดูอย่างสนใจ ในเมื่อรถม้าต้องจอดติดอยู่ริมถนนไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้ว จึงชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยเลยแล้วกัน
เจียงเชี่ยวเองก็เป็นคนที่นิสัยไม่ได้คิดอะไรเยอะแยะมากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้เห็นเจียงซื่อท่าทางไม่ได้ใส่ใจอะไรอีกจริงก็เบาใจลงพลางพูดกับนางต่อ “น้องสี่ เจ้าว่าผู้ชายอย่างคุณชายสามจวนอันกั๋วกงน่ะ เป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอมหรือไม่”
“ทำไมท่านถึงพูดเช่นนี้เล่า”
เจียงเชี่ยวยิ้มเย็น “ซื่อจื่อแห่งจวนฉังซิงโหวก็เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ”เจียงซื่อมองพิจารณาจี้ฉงอี้สวมชุดแดงมงคลที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้พลางพูดอย่างเป็นกลางว่า “ซื่อจื่อแห่งจวนฉังซิ