เปิดดู พบว่าด้านในมีของที่สตรีชื่นชอบอย่างพวกปินมุกประดับผมจึงถอนหายใจออกมาอย่างอดมิได้พลางเอ่ย “ฉังซิงโหวฮูหยินเป็นคนดีปานนี้ แต่น่าเสียดาย…”
เจียงซื่อฟังแล้วยิ้มเยาะอยู่ในใจ
ฉังซิงโหวฮูหยินเป็นคนดี?
ในช่วงชีวิตก่อนที่นางหนีจากจวนฉังซิงโหวเร่ร่อนไปยังหนานเจียง กระทั่งกลายเป็นพราชายาขององค์ชายเจ็ดและได้กลับมายังเมืองหลวง นางไหว้วานให้อวี้ชีไปสืบจึงได้รู้ว่าฉังซิงโหวซื่อจื่อตายไปเสียตั้งนานแล้ว
ซ้ำยังตายอย่างอนาถเสียด้วย ท่อนล่างที่ถูกสับเปลือยเปล่าล่อนจ้อนถูกนำไปทิ้งที่กลางตลาด
คดีการเสียชีวิตของทั้งฉังซิงโหวซื่อจื่อและหลิวเซียนกูกลายเป็นคดีโด่งดังที่ยังไม่มีใครไขคำตอบได้ เมื่อฆาตกรยังไม่ถูกจับ การหาเหตุจูงใจในการลงมือฆ่าจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เดิมทีเจียงซื่อตั้งใจว่าจะรอถึงสองปี เพราะคิดว่าหากถึงเวลาก็คงจะมีจอมยุทธ์มาจัดการกับเดรัจฉานอย่างฉังซิงโหวซื่อจื่อเอง
แต่นางไม่ยอม อีกทั้งไม่อาจทนดูเฉยๆ ได้
นางไม่ยอมให้เรื่องต่ำทรามที่เฉาซิงอวี้ทำถูกฝังกลบไปพร้อมกับการตายของเขา นางต้องการให้ผู้คนรู้สึกสมเพชยามเอ่ยถึงเรื่องนี้ อีกทั้งนางไม่อาจทนดูสตรีที่ไร้ความผิดจำนวนมากที่จะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมในช่วงเวลาสองปีนั้นได้
ส่วนฉังซิงโหวฮูหยินนั้น…
ครั้นนึกถึงนาง เจียงซื่อไม่สามารถบอกได้ว่าตนเองรู้สึกโกรธแค้นหรือขยะแขยงกันแน่ หรือจะให้บอกอีกอย่างก็คือ ถ้าไม่ใช่คนบ้านเดียวกันก็มิอาจเข้าประตูบ้