การพับแขนเสื้อขึ้นต่อหน้าธารกำนัลแม้ว่าทุกคนในที่นั้นจะเป็นสตรี แต่การกระทำเช่นนี้ก็ดูไม่งามเอาเสียเลย
แต่เจียงเชี่ยวไม่คิดเช่นนั้น นางจงใจยื่นแขนออกมาจากชายเสื้ออย่างเปิดเผย
ข้อมือของหญิงสาวขาวผุดผ่องดุจหิมะ แต่บนผิวงามนั้นกลับมีจุดแดงขึ้นอยู่หลายสิบจุด
รอยยิ้มของฉังซิงโหวฮูหยินเจื่อนไป
“เรียนฮูหยิน ผิวพรรณของผู้น้อยแพ้ง่ายโดยกำเนิด การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทำให้เกิดผดผื่นขึ้นได้ง่ายเจ้าค่ะ เมื่อคืนข้านอนกังวลเรื่องนี้อยู่ ไม่นึกว่าตื่นมาจะเป็นสภาพนี้เจ้าค่ะ” เจียงเชี่ยวเอ่ยหน้านิ่วคิ้วขมวด “แม้ว่าจวนโหวจะดีเลิศ แต่เกรงว่าข้าน้อยไม่อาจพักอยู่ที่นี่ต่อได้เจ้าค่ะ มิฉะนั้นแล้วอีกไม่นานข้าคงแสบคันจนไม่อาจนอนหลับได้ลงเจ้าค่ะ”
ฉังซิงโหวฮูหยินที่เพิ่งได้สติเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “ในกรณีเช่นนี้ก็เป็นการสร้างความลำบากให้เจ้าเกินไปจริงๆ”
นางเหลือบมองเจียงเชี่ยนแวบหนึ่ง
เจียงเชี่ยนรู้ทันจึงรีบเอ่ยขึ้นว่า “เหตุใดน้องสามถึงไม่รีบบอกล่ะ อีกเดี๋ยวข้าจะให้คนจัดรถม้าไปส่งเจ้าที่จวน”
“ขอบคุณพี่รองเจ้าค่ะ” เจียงเชี่ยวเผยรอยยิ้มพลางยื่นมือไปแตะแขนเจียงซื่อ “อีกเดี๋ยวน้องสี่ก็กลับไปพร้อมข้าแล้วกัน”
เจียงเชี่ยนพลันแข็งทื่อ กล่าวเอ่ยออกมาอย่างแช่มช้าว่า “พวกเจ้าเพิ่งจะมาเมื่อวานนี้ แต่เพราะน้องสามไม่ค่อยสบายตัวจึงต้องกลับไปก่อน แต่น้องสี่เพิ่งจะมาอยู่ได้เพียงวันเดียว ข้าอยากให้นางอยู่เป็นเพื่อนข้าต่ออีกสักหน่อ