”
ฉังซิงโหวผงะไปชั่วขณะก่อนจะหัวเราะขึ้น “นึกไม่ถึงว่าคุณหนูเจียงสี่ที่ยังเยาว์วัยจะหลักแหลมได้ถึงเพียงนี้ ช่างถูกใจข้าจริงๆ”
เจียงเชี่ยนเลิกคิ้ว รีบหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงพลางเอ่ย “หากท่านแม่ไม่รังเกียจว่าน้องๆ จะรบกวนก็ให้น้องๆ อยู่สนทนาเป็นเพื่อนท่านอีกสักสองสามวันสิเจ้าคะ”
ฉังซิงโหวยิ้มแปั้น “ดีเลย ไม่รู้ว่าพวกเจ้าอยู่ที่นี่สะดวกสบายดีหรือไม่”
“พี่รองเอ็นดูพวกเราอย่างมาก อีกทั้งฮูหยินยังใจดีเช่นนี้ ข้าคิดว่าอยู่ที่นี่สะดวกสบายเสียยิ่งกว่าที่จวนอีกเจ้าค่ะ” เจียงเพ่ยยิ้มอย่างเหนียมอายเจียงลี่ไม่นิยมเป็นที่สนใจ ในสถานการณ์เช่นนี้จึงปิดปากเงียบอย่างเชื่อฟัง
แต่แล้วทันใดนั้นเจียงเชี่ยวก็เอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินโปรดปรานพวกเราเช่นนี้ ช่างเป็นเกียรติของพวกเรายิ่งนัก แต่เกรงว่าพวกเราไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อได้แล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อประโยคนี้หลุดออกไป ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ
สายตาฉังซิงโหวฮูหยินที่ถูกสะกดไว้ที่เจียงซื่อหันขวับไปหาเจียงเชี่ยว พลางส่งสายตาติติง
เจียงเชี่ยวถลกแขนเสื้อขึ้นราวกับว่าไม่รับรู้ถึงสายตากดดันคู่นั้น