เงาดำเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วมาซบอยู่ที่แขนของเจียงซื่อ
เจียงซื่อยื่นมือไปลูบหัวสีเข้มนั้นอย่างเบามือเอ่ยว่า “เอ้อร์หนิว เจ้ามาได้อย่างไร”
เงาดำนั้นคือเอ้อร์หนิวที่นางไม่ได้เห็นหน้ามาสักพักแล้ว
เมื่อเห็นเอ้อร์หนิวเอาจมูกมาคลอเคลียอย่างคุ้นเคยเจียงซื่อก็หัวเราะขึ้นอย่างอารมณ์ดี
นางคุ้นชินกับกลิ่นนี้มานานแล้ว หากเป็นสตรีนางอื่น มีเงาดำวิ่งพุ่งตรงเข้ามาหาตัวกลางค่ำกลางคืนเช่นนี้คงตกใจขวัญเสียเป็นแน่
หงิง หงิง… เอ้อร์หนิวส่งเสียงออดอ้อน
“ตามข้ามา” เจียงซื่อลูบหัวเอ้อร์หนิวพลางเดินนำไปเพราะรู้ดีว่าไม่ควรอยู่ตรงนั้นนานๆ
นางเดินผ่านประตูเย่ว์ต้ง ภายในเรือนซื่อจื่อเงียบสงัด แสงจากโคมแดงห้อยระย้ายังคงติดไฟอยู่ทำให้มีแสงสีส้มอ่อนๆ ส่องสว่างตลอดทั้งทางเดิน
ทั่วทั้งลานในเรือนซื่อจื่อถูกอาบด้วยแสงส้มอ่อนช่างแตกต่างจากความน่าสยดสยองในสวนดอกไม้อย่างสิ้นเชิงราวกับว่าเป็นคนละโลกกัน
ทั้งคนและสุนัขก้าวเท้าฉับไวเข้าไปในเรือนฝังตะวันออก
ในเมื่อใช้ผงคร่าวิญญาณไปแล้ว เจียงซื่อก็ไม่กลัวว่าสาวรับใช้ทั้งสองและเจียงเชี่ยวจะตื่นขึ้นมาหลังจากเข้าไปในเรือนแล้วก็ตรงเข้าไปล้างมือก่อนอันดับแรก จากนั้นก็พาเอ้อร์หนิวเข้าไปในห้องฝังตะวันออกที่ไม่มีใครอยู่
ห้องฝังตะวันออกกว้างโปร่งโล่งสบายกว่าห้องฝังตะวันตกเล็กน้อย แต่การตกแต่งแทบจะไม่ต่างกัน
เจียงซื่อนั่งลงแต่ไม่ได้จุดไฟ สายตามองไปที่เอ้อร์หนิวโดยอาศัยแสง