เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เจียงเชี่ยวพยายามอยู่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางที่ลุกขึ้นนั่งไม่เอ่ยสิ่งใดออกมามีเพียงเสียงหายใจหอบถี่รัวราวกับว่าจะหมดลมอยู่รอมร่อ
เจียงซื่อนึกพรั่นใจ
มาถึงตอนนี้นางก็แน่ใจได้แล้วว่า เจียงเชี่ยวรู้สึกตัวตั้งนานแล้ว!
เจียงเชี่ยวในสภาพนี้ยืนยันได้ว่านางรู้อยู่แล้วว่าฉังซิงโหวซื่อจื่อจะเข้ามา
เจียงซื่อรีบหลับตาทันควันและฟังเสียงสะอึกสะอื้นอยู่เงียบๆ
นางรำพึงในใจ เจียงเชี่ยวคงตกใจน่าดู
ความจริงก็ต้องนับว่าเจียงเชี่ยวรับมือได้ดีมากแล้ว ดึกดื่นปั่านนี้มีผู้ชายบุกรุกเข้ามาในห้องส่วนตัว หากเป็นสตรีนางอื่นก็คงจะกรีดร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้
เสียงร้องสะอึกสะอื้นแผ่วเบา หากเจียงซื่อไม่ได้ตื่นอยู่ก็อาจไม่ได้ยินเสียงนั้น
ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงร้องไห้นั้นก็หยุดลง เจียงซื่อรับรู้ได้ว่าเจียงเชี่ยวพลิกตัวหันมาพลางจ้องมองมาที่นาง
ในชั่วอึดใจนั้น เจียงซื่อลังเลว่าควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแกล้งหลับต่อไปหรือควรเปิดใจกับเจียงเชี่ยว
ในขณะที่เจียงซื่อยังเลือกไม่ได้ เจียงเชี่ยวก็เอ่ยเสียงเบาขึ้นว่า “น้องสี่ ฉังซิงโหวซื่อจื่อหมายตาเจ้าอย่างที่ข้าคิดไว้จริงด้วย!”
เมื่อได้ยินประโยคนั้น เจียงซื่อก็ลืมตาขึ้นทันที
เจียงเชี่ยวสะดุ้งพลันจ้องมองไปที่เจียงซื่อเจียงซื่อรีบลุกขึ้นนั่ง
สักพักเจียงเชี่ยวที่เพิ่งรวบรวมสติได้ก็กระซิบถามว่า “น้องสี่ ทำไมจู่ๆ ถึงตื่นขึ้นมาล่ะ”
แสงจันทร์สลัวที่ส่องเข้ามาทา