หน
“มีปัญหางั้นรึ” เจียงเชี่ยวแสดงสีหน้าเคร่งขรึม
สาวรับใช้ทั้งสองจึงกุลีกุจอยอมออกไป
เจียงเชี่ยวเหยียดกายลงพลางบ่นปอดแปด “ไม่คล่องไม้คล่องมือเหมือนบ่าวของตัวเองเสียเลย”
เจียงซื่อหัวเราะ “ก็พอถูไถแหละ พวกเรารู้สึกไม่คล่องไม้คล่องมือ พวกบ่าวรับใช้ก็คงคิดว่าพี่สาวสองคนนี้ช่างเรื่องมากเสียจริง พี่สาม พี่เข้าไปนอนด้านในแล้วกัน”
เจียงเชี่ยวดึงผ้าห่มแพรไหมพลางส่ายหัว “ข้าชอบนอนข้างนอก”
“ไม่ยักรู้มาก่อนเลยว่าพี่สามจะพิถีพิถันกับการนอนขนาดนี้”
“ก็ใช่น่ะสิ ข้ารู้ว่าไม่ใช่เรื่องดี แต่ครั้นอยากจะแก้ก็แก้ไม่หาย น้องสี่ เหตุใดเจ้ายังใส่เสื้อคลุมอยู่อีกล่ะ”“มานอนต่างที่เช่นนี้ ข้าไม่สะดวกจะใส่แค่ชุดข้างในอย่างเดียวหรอก”
“ดูเหมือนว่าแต่ละคนก็มีความเคยชินแตกต่างกันไป ค่ำแล้ว นอนกันเถอะ”
เจียงเชี่ยวหัวเราะคิกคัก พลางเอี้ยวตัวไปเปั่าแสงไฟข้างเตียง
ภายในห้องถูกความมืดเข้าครอบงำจนมองเห็นนิ้วทั้งห้านิ้วได้เพียงรางๆ แต่แล้วก็ค่อยๆ สว่างขึ้น แสงจันทราสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้มีแสงสลัวปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง
“น้องสี่”
“หืม”
ท่ามกลางความเงียบงันในความมืดนั้น เจียงเชี่ยวพลิกตัวหันหน้าออกไปด้านนอก “ไม่มีอะไรหรอก นอนเถอะ”
ผ่านไปไม่นาน เสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวไม่คุ้นตา
เจียงซื่อเหม่อมองไปที่ตะขอเงินที่เกี่ยวอยู่กับม่านที่เตียงพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา
นางไม่เคยลังเลยามต้องเอาตัวเองเข้าไ