ไม่กี่นาทีต่อมา…
มู่เซิ่งเดินตัวลีบเข้ามาในตำหนักเจ้าสำนักด้วยสีหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะทิ้งตัวลงโค้งคำนับจนแทบติดพื้น
“ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!”
“แขนขวานั่น… ไปโดนใครหักมา?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนปรายตามองแขนขวาที่ห้อยตกร่องแร่งของศิษย์รัก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงอำนาจ
“เอ่อ คือว่า…”
มู่เซิ่งอ้าปากพะงาบๆ เหงื่อกาฬไหลพราก มองเจ้าสำนักอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ทะ… ท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสเก้าเขามาฟ้องท่านแล้วหรือขอรับ?”
“ฟ้อง?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ “ข้าเรียกเจ้ามาก็เพื่อจะถามเรื่องผู้อาวุโสเก้านั่นแหละ เขาคุยโวว่าฝีมือเขาก้าวหน้าขึ้น ไม่เชื่อให้มาถามเจ้า… ไหนลองเล่าความจริงมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“ข้า…”
มู่เซิ่งอึกอัก ลำคอแห้งผาก แต่เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่มองทะลุถึงจิตวิญญาณของอาจารย์ เขาก็ไม่กล้าปิดบังแม้แต่ครึ่งคำ จำใจเล่าเหตุการณ์อัปยศบนยอดเขาลำดับเก้าให้ฟังจนหมดเปลือก
“เจ้ากำลังจะบอกว่า… เจ้าโดนจางอวิ๋น ‘ยำ’ จนเละเลยรึ?”
เจ้าสำนักหลิงเซียนฟังจบก็เผยสีหน้าประหลาดใจเป็นครั้งแรก
ยำจนเละ…
คำคำนี้กรีดแทงใจดำจนมู่เซิ่งหน้ากระตุก แต่ก็จำใจพยักหน้ายอมร