เจียงซื่อมีประสาทรับกลิ่นเป็นเลิศเนื่องจากเคยร่ำเรียนวิชามาจากผู้อาวุโสเผ่าอูเหมียว แต่ในสายตาคนทั่วไปมักจะเรียกว่าสิ่งนี้ว่า ‘วิชามนตร์ดำ’
สำหรับเจียงซื่อแล้ว ต่อให้ดอกโบตั๋นจะมีกลิ่นฉุนรุนแรงเพียงใดก็ไม่อาจกลบกลิ่นเหม็นจางๆ นั้นได้
นางเคยได้กลิ่นนี้มาก่อน มันคือกลิ่นซากศพ
เจียงซื่อมาเยือนจวนฉังซิงโหวแม้จะรู้ดีว่าบนภูเขามีเสืออาศัยอยู่ แต่นางก็ยังมิวายเดินเข้ามาเหตุผลทั้งหมดก็เพื่อจะสืบหาว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เฉาซิงอวี้และเจียงเชี่ยนกล้าทำเรื่องเลวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด
นั่นคือปมในใจของเจียงซื่อ หากแก้ไขและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษไม่ได้ เรื่องนี้คงติดค้างในใจของนางไปตลอด
เรื่องบางเรื่องสามารถปล่อยผ่านไปได้ สามารถย้อนกลับไปมองได้ แต่เรื่องบางเรื่องต้องเผชิญหน้า ต้องแก้ไขจึงจะสามารถหลุดพ้นจากฝันร้ายนั้นได้
ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะมา เลือกที่จะเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้ เลือกที่จะเข้าใกล้สองสามีภรรยาคู่นี้
แม้ว่านางจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีโครงกระดูกถูกฝังอยู่ใต้แปลงดอกโบตั๋นที่สวยงามนี้
เจียงซื่อใช้ปลายเท้าของนางเขี่ยไปบนดิน
กลิ่นซากศพนั้นแทรกซึมไปทั่วชั้นดิน หนำซ้ำยังมีกลิ่นปะปนออกมากับดอกโบตั๋นที่ซ้อนเป็นชั้นๆด้วย
กลิ่นลักษณะนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้ผ่านในสองสามวันแต่ที่น่าแปลกคือกลิ่นนี้ก็ยังให้ความสดใหม่ ราวกับว่าซากนั้นเพิ่งถูกฝังได้ไม่นาน และดอกโบตั๋นเหล่านี้ก