็เบ่งบานสะพรั่งจากซากศพเปือยเน่านั้นเอง
ใบหน้าของเจียงซื่อซีดเผือด
แม้ว่าในขณะนั้นนางไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด แต่กลิ่นซากศพที่พัดโชยมาครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้นางรู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียนออกมา
“น้องสี่ เจ้าไม่สบายหรือเปล่า” เจียงเชี่ยวที่ละสายตาจากดอกโบตั๋นที่ออกดอกสวยงามผิดปกติหันมาเห็นว่าน้องสาวมีอาการผิดแปลกไปเจียงซื่อสูดลมหายใจเข้าปอด ฝืนยิ้มพลางเอ่ยว่า“ข้าไม่เป็นไร”
เจียงเชี่ยวขมวดคิ้วมองไปที่เจียงซื่อ นางเด็ดกลีบดอกโบตั๋นออกมาและคลึงด้วยปลายนิ้วอย่างเบามือ
สารเหลวสีแดงอ่อนเปือนปลายนิ้วขาวนวลของเจียงเชี่ยว
สายตาของเจียซื่อจับจ้องไปที่นิ้วมือของเจียงเชี่ยว
เจียงเชี่ยวปล่อยเศษกลีบดอกไม้ที่ถูกคลึงให้ปลิวว้าว่อนไปตามสายลม นางก้มหน้าพลางสูดดมกลิ่นที่ติดอยู่บนปลายนิ้ว และยิ้มขึ้นพลางเอ่ยว่า“จะว่าไปแล้วก็แปลกอยู่นะ แม้ว่าข้าจะชอบดอกโบตั๋น แต่ข้ากลับไม่ชอบกลิ่นของมันเลย น้องสี่เจ้าเองก็ไม่ชินกับกลิ่นของมันเลยรู้สึกไม่ค่อยสบายขึ้นมาหรือเปล่า”
เจียงซื่อนึกถึงกลิ่นเน่าซากศพที่คลุ้งกระจายไปทั่ว พลางเหลือบมองไปที่รอยแดงอ่อนๆ บนนิ้วของเจียงเชี่ยวอีกครั้ง เจียงซื่อพยายามข่มกลั้นความรู้สึกพะอืดพะอมสุดฤทธิ์ กล้ำกลืนฝืนยิ้มออกมาอีกครั้งเอ่ยว่า “มีหลายกลิ่นที่ดมอย่างไรข้าก็ไม่ชินเสียที”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ ถ้าเจ้าบอกว่าไม่ถูกกับกลิ่นนี้ข้าคงไม่ลากเจ้ามาแต่แรก” แม้ว่ายามอยู่จวนปัว ทั้