งคู่จะคุยกันได้ไม่เกินสามประโยคเป็นอันต้องทะเลาะกัน แต่การออกมาข้างนอกเช่นนี้กลับทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น
พี่น้องจากจวนเดียวกัน ยามอยู่ข้างนอกย่อมต้องดูแลซึ่งกันและกันเป็นธรรมดา
แม้เจียงเชี่ยวจะมีนิสัยร่าเริงและตรงไปตรงมาแต่นางไม่ใช่คนโง่จึงรับรู้ได้ถึงท่าทีแปลกๆ ที่เจียงเชี่ยนปฏิบัติต่อเจียงซื่อมาตั้งนานแล้ว
เจียงซื่อยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม และพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “แม้ว่ามีหลายกลิ่นที่ข้ารู้สึกไม่ชิน ทว่ากลิ่นดอกโบตั๋นนี้ถือว่าหอมทีเดียว”
ไม่ว่าสิ่งที่ถูกฝังอยู่ใต้แปลงดอกโบตั๋นนี้จะเป็นร่างคนหรือร่างสัตว์ นางเองต้องหาคำตอบให้ได้เสียก่อน
ในเมื่อต้องการพิสูจน์ให้แน่ใจ นางจำเป็นต้องกลับมาที่ตรงนี้อีกครั้ง ดังนั้นการจะบอกว่าไม่ชอบกลิ่นดอกโบตั๋นนี้คงจะไม่ได้
เพราะหากเป็นเช่นนั้น การที่นางเข้าใกล้พื้นที่นี้อีกคงเป็นเรื่องผิดวิสัยอย่างมาก“น้องสี่ ข้าถามหน่อย ระหว่างเจ้ากับพี่รองเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เจียงเชี่ยวกระซิบกระซาบพลางทอดสายตาไปที่เจียงเชี่ยนซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งบนภูเขาจำลอง
เมื่อเห็นว่าเจียงซื่อไม่ตอบ เจียงเชี่ยวจึงยิ้มเยาะเอ่ยว่า “เจ้าให้นางไล่น้องหกกลับไป นางก็ไม่ปฏิเสธเลยสักคำ ช่างประหลาดแท้ อย่าบอกข้านะว่า พี่รองสนิทกับเจ้าเสียยิ่งกว่าน้องแท้ๆ ข้าก็มิใช่คนโง่”
สายตาของเจียงซื่อยังคงจับจ้องไปที่ดอกโบตั๋นที่บานสะพรั่ง นางเอ่ยเสียงเบาหลังจากเงียบงันอย