หลายวันมานี้ที่จวนตงผิงปัวเกิดเรื่องไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่ช่วงที่เจียงซื่อล้มปั่วยระยะหนึ่งทำให้บรรดาสี่พี่น้องไม่ค่อยมีโอกาสใช้เวลาอยู่ร่วมกันเช่นนี้
แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเกี้ยวบนหลังรถม้ามีขนาดไม่ใหญ่นัก หนำซ้ำบรรยากาศภายในก็ไม่น่าพิสัย
“บางคนนี่ก็หน้าหนาเสียจริง เพิ่งจะมีปัญหากระด้างกระเดื่องกับผู้ใหญ่อยู่หลัดๆ ยังมีหน้าออกมาเที่ยวเล่นไปทั่ว” คุณหนูหกเจียงเพ่ยซึ่งนั่งติดประตูเอ่ยขึ้นขณะยกกระจกขนาดเท่าฝั่ามือขึ้นมาส่องแน่นอนว่านางกำลังพูดเสียดสีเจียงซื่อ
คุณหนูเล็กกำลังคิดว่า เจียงซื่อเพิ่งจะมีปากเสียงกับเอ้อร์ไท่ไท่เซียวซื่อยังมีหน้าจะไปเที่ยวเล่นที่จวนฉังซิงโหวอยู่ได้แสดงว่าหน้าของนางคงหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมือง
เจียงซื่อมองเจียงเพ่ยด้วยใบหน้ายิ้มเย้ย
สายตานั้นของเจียงซื่อทำให้เจียงเพ่ยเริ่มทำตัวไม่ถูก จึงทำทีลากคุณหนูห้าเจียงลี่เข้ามาร่วมวงด้วย“พี่ห้า พี่ว่าจริงไหม”
นางมองว่าพี่น้องท้องเดียวกัน ต่อให้ปกติจะไม่ค่อยสามัคคีกันนัก แต่ยามต้องอยู่ต่อหน้าคนนอกก็ควรจะร่วมมือกัน
คุณหนูห้าเจียงลี่ที่ไม่นิยมมีปากเสียงกับใครเผยยิ้มออกมาโดยไม่ได้ส่งเสียงใด
เจียงเพ่ยเบะปากอย่างไม่แยแส และหันไปเอ่ยกับคุณหนูสามอย่างอารมณ์ดีว่า “พี่สาม พี่ยังจำครั้งที่พวกเราไปเล่นที่จวนโหวเมื่อปีก่อนได้หรือไม่ ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นช่วงก่อนหน้าหากเทียบกับปีนี้ ตอนนั้นกลีบดอกโบตั๋นขนาดใหญ่ในสวนของจวนโหวบานสะพรั่