งงดงามยิ่งนักนะเจ้าคะ”
“ข้าไม่ได้สนใจนักหรอก” เจียงเชี่ยวเล่นจี้หยกบนเชือกเงื่อนมงคลแก้เบื่อ
นางไม่ได้สนใจจะชมดอกไม้หรือวิวทิวทัศน์เลยแม้แต่น้อย การออกจากเรือนคราวนี้ก็เพราะไม่ต้องการสร้างความลำบากให้มารดา นางเพียงแค่ต้องการทำเรื่องนี้ให้เสร็จๆ ไปเท่านั้น
หากพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง นางและเจียงซื่อต่างเป็นคู่ปรับลับๆ กันตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่กับเจียงเพ่ยแล้ว นางกลับรู้สึกดูแคลนเสียมากกว่า
ไม่เคยเห็นใครปากไม่มีหูรูดเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆเจียงเชี่ยวคิดในใจพลางเหลือบมองไปที่ใบหน้าเรียบเฉยของเจียงซื่ออย่างอดไม่ได้ นี่ก็เป็นภาพเขียนรูปเสือ หากเป็นนาง นางคงจะฟาดเจียงเพ่ยไปหลายครั้งแล้ว
เมื่อคนสี่คนเข้าไปนั่งรถม้านี้ก็ดูแคบลงถนัดตาบวกกับเสียงล้อหมุนเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญทำให้เจียงเพ่ยที่สงบปากสงบคำได้ไม่นานก็เริ่มทนไม่ไหว นางจึงพุ่งเปั้าไปที่เจียงซื่ออีกครั้ง “พี่สี่ พี่ไม่กลัวว่าพอไปถึงจวนโหวแล้วจะขายหน้าบ้างหรือ”
เจียงซื่อเอนศีรษะไปพิงกับผนังรถม้า หลับตาลงราวกับไม่ได้ยินเสียงของเจียงเพ่ย
ท่าทีไม่รู้ไม่เห็นของเจียงซื่อทำให้เจียงเพ่ยเหิมเกริมหนักกว่าเก่า มือของนางค่อยๆ พับเก็บกระจกบานเล็กพลางกล่าวเย้ยขึ้นว่า “ก็จริงอยู่ ถ้ากลัวจะขายหน้าคงไม่มาแต่แรก หนังหน้านี่มัน อย่างที่เขาว่ากันว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว…”
เจียงซื่อลืมตาขึ้นและตวัดสายตาเย็นชาไปที่เจียงเพ่ย
การที่เจียงเพ่ยใช้คำว่า ‘เชื้อไ